EN TH

NEWS

ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

 

ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ...
ผู้บริหารและพนักงาน บริษัท พิริยะ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

 

+

REVIEW

Fizik Spine Concept Evo 2017

Fizik spine concept evo แนวคิดต่อยอดจาก spine concept เมื่อปี 2008 เพิ่มเติมคือ การออกแบบเบาะทางเลือกให้กว้างขึ้นในแต่ละรุ่น เพื่อให้นักปั่นได้มีโอกาสเลือกเบาะ Fizik ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะแบ่งเบาะออกเป็น 3 แบบ ดังนี้ 

 

Snake (ARIONE)

High body flexibility ความยืดหยุ่นตัวของร่างกายสูง

Chameleon (ANTARES)

Medium body flexibility ความยืดหยุ่นร่างการขนาดกลาง

Bull (ALIANTE)

Low body flexibility ความยืดหยุ่นตัวของร่างการต่ำ

ซึ่งแต่ละรุ่นแบ่งออกเป็น 2 ขนาด / REGULAR กับ LARGE 

 

Fizik Spine Concept Evo

 

ARIONE 
REGULAR 130mm. 
LARGE 142mm. 

 ANTARES 
REGULAR 140mm. 
LARGE 152mm. 

ALIANTE 
REGULAR 143mm. 
LARGE 152mm.

กระดูกสันหลังมีความยืดหยุ่นต่างกัน และกระดูกเชิงกรานในแต่ละคนทำให้การเลือกเบาะที่นั่งสบายเป็นสิ่งที่ยากมาก ดังนั้น Spine Concept Evo จึงพัฒนารูปแบบของเบาะกว้าง REGULAR กับ LARGE ขึ้นมาเพื่อให้นักปั่นในแต่ละบุคคลนั่งสบายที่สุด ในสไตล์การปั่นของแต่ละคน

 

Fizik Spine Concept Evo
Application

Fizik ได้พัฒนา Application สำหรับการเลือกเบาะที่เหมาะสำหรับแต่ละบุคล โดยมีขั้นตอนการใช้งานง่ายๆดังนี้ ขึ้นตอนแรกให้เปิดแอฟพลิเคชั่นแล้วกด TEST จากนั้นกด START TEST นำโทรศัพท์มาทาบไว้ที่หน้าอก แล้วก้มลงเพื่อวัดค่าความยืดหยุ่นตาม Spine Concept เดิม ต่อมาใส่ น้ำหนักของคุณ ความเร็วเฉลี่ยของคุณ (AV) ลงไปในช่องคำนวนตามขึ้นตอน แล้วกดยืนยัน แอพจะคำนวนค่าวัตต์ และคำนวนว่าคุณต้องนั่งเบาะ REGULAR หรือ LARGE เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดทางแอพจะแนะนำเบาะที่เหมาะสมกับคุณ

 

สามารถดาวน์โหลด Application

"Fizik Spine Concept Evo"

ได้ทั้ง IOS และ Android 

FIZIK SPINE CONCEPT EVO : FIND THE ANIMAL IN YOU
ทดสอบเบาะ TEST ได้แล้วตามร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

+

FULCRUM RACING ZERO COMPETIZIONE Limited edition 2017

ชุดล้อสำหรับผู้ที่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุด ให้ประสิทธิภาพการทำขับเคลื่อนที่ดีที่สุด 
“COMPETIZIONE " ล้อสำหรับการแข่งขันอย่างแท้จริง!



RACING ZERO COMPETIZIONE มีจุดเด่นเมื่อแรกเห็นที่เห็นด้วยซี่ลวดหน้า-หลังสีแดงอย่างละ พร้อมด้วยพิมพ์ลาย“COMPETIZIONE” ที่ซี่ลวดเพิ่มลุคสปอร์ตและความโฉบเฉี่ยวไว้ได้อย่างลงตัว แต่ที่เด่นกว่านั้นอยู่ที่ดุมล้อระบบลูกปืนล้อชุดนี้เลือกใช้ชุดลูกปืน CULT- CERAMIC ULTIMATE LEVEL TECHNOLOGY หรือตลับลูกปืนเซรามิคคุณภาพสูง ช่วยให้ RACING ZERO COMPETIZIONE มีความลื่นไหลเต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ ทำให้ RACING ZERO COMPETIZIONE ถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ จากการจัดอันดับของ Gran Fondo และบอกว่า RACING ZERO COMPETIZIONE เป็นล้ออลูมิเนียมเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา
 

 

การเปิดตัวล่าสุดของ RACING ZERO COMPETIZIONE ด้วยขอบ C17 ซึ่งมีความกว้าง 22.5 mm 
กว้างขึ้นเมื่อเทียบกับ C15 ซึ่งมีความกว้าง 20.3 mm (ในรุ่น Racing zero ตัวอื่นๆ) 
ขอบขนาดใหญ่ออกแบบให้ใส่ยางตั้งแต่ 25-28C ซึ่งล้อที่ขอบกว้างขึ้นทั้งด้านในและนอก 
ทำให้รองรับน้ำหนักได้ดี ปั่นได้สบายมากขึ้นลดการสะเทือน/กระด้างลงอีกด้วย

 

 

CULT-CERAMIC ULTIMATE LEVEL TECHNOLOGY
ความพิเศษเทคโนโลยีดุม CULT โดยกลุ่ม Schaeffler เหล็กที่ทนต่อการกัดกร่อนระดับสูงสุด จนถึงจุดที่ไม่มีจารบีเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการหล่อลื่น ใช้เพียงน้ำมันหล่อลื่นพิเศษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ลูกเซรามิกที่มีคุณภาพสูงสุดช่วยให้การลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอย่างมาก ผลคือทำให้ได้เทคโนโลยีที่ทันสมัย นักพัฒนาอ้างว่าจะลื่นได้ถึง 9 เท่าเมื่อเทียบกับ Seal Bearing ธรรมดา และลื่นกว่าดุม USB - CERAMIC ULTRA SMOOTH BEARING ถึง 3 เท่าด้วยกัน FULCRUM RACINGZERO COMPETIZIONE  มีน้ำหนักเพียง 1,510 กรัม

+

FULCRUM Racing Zero Nite : ล้อเสือหมอบ สำหรับอัศวินแห่งรัตติกาล

Fulcrum Racing Zero Nite

น้องใหม่จาก Fulcrum 2015 
พัฒนาขอบล้อ ด้วยเทคโนโลยี Plasma Electrolyte Oxidation
เปลี่ยนจากวัสดุเงินเงา เป็นขอบดำด้านที่นอกจากเสริมความดุดันของล้อเสือหมอบตัวเก่ง
ยังเพิ่มประสิทธิภาพหน้าสัมผัสให้ขอบล้อเบรกได้ดีขึ้น ในช่วงที่ใช้ความเร็ว ไม่ต้องห่วงเรื่องความร้อนขณะเบรกยาวๆ อีกต่อไป


Fulcrum Racing Zero Nite 
ยังอัพเกรดเรื่องน้ำหนัก 
เรื่องวัสดุของโม่ (รองรับ 11 สปีด) เป็นวัสดุตัวใหม่ รีดน้ำหนักได้เบาลงกว่าเดิมอย่างน่าทึ่ง
เหลือน้ำหนัก ทั้งคู่เพียง 1,428 กรัม

Fulcrum Racing Zero Nite 2015
มาครบแบบจัดเต็ม
- ถุงใส่ล้อ Fulcurm Italian Red Version
- ผ้าเบรคเฉพาะ สำหรับ Racing Zero Nite
- อุปกรณ์ต่างๆ (ชุดแม่เหล็ก Speed Sensor, อุปกรณ์ปรับตั้งซี่ ฯลฯ)


** โปรดสังเกตสติกเกอร์รับประกันจากบริษัทฯ
*** บริษัทขอสงวนสิทธิ์ให้บริการรับประกันเฉพาะสินค้าที่มีสติกเกอร์รับประกันเท่านั้น

+

Fulcrum Racing Quattro Carbon wheelset

บริษัท Fulcrum Wheels อยู่ภายใต้บริษัทแม่ Campagnolo. The Italian company เกิดขึ้นจากสงครามชุดขับเคลื่อนระหว่าง Shimano versus Campagnolo ในยุคนั้น โดย Campagnolo. เลงเห็นว่าผู้ใช้ชุดขับเคลื่อนของ Shimano มากกว่า Campagnolo ครั้นจะเปลี่ยนโม่ก็ไม่ใช่แนว ผู้ดีหนุ่ม Italian เลยเกิดความคิดตั้งบริษัท สำหรับวิจัยและผลิตล้อจักรยานที่ดีอันอันต้นๆของโลก ทุ่มทุนวิจัย มุ่งมั่นผลิตล้อเพียงอย่างเดียว เมื่อปี 2004 มุ่งไปยังกลุ่มลูกค้าที่ใช้ชุดขับเคลื่อน Shimano และ Sram ทั้งล้อ MTB , ROAD BIKE เทคโนโลยีของล้อ Fulcrum ก้าวนำอยู่หนึ่งก้าวเสมอ ความคล้ายคลึงตัวตัวสินค้าไม่ได้บอกถึง คุณภาพที่มองไม่เห็น
วันนี้หยิบบทความดีๆ รีวิวล้อ Fulcrum Racing Quattro Carbon wheelset ในช่วงปีที่ผ่านมากระแสของล้อขอบอ้วน มาแรงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการเบรก การเกาะถนนของยาง การเข้าโค้ง
ก่อนการปั่น 
Fulcrum Racing Quattro Carbon wheelset คือล้อความสูงระดับกลาง 40mm ขอบนอกกว้าง 24 mm ขอบในกว้าง 17mm รองรับยางขนาดตั้งแต่ 25 – 35 mm คาร์บอนผลิตใน โรงงาน Italy จาก คาร์บอนไฟเบอร์ 3K สำหรับขอบเบรก คาร์บอน UD สำหรับบอดี้ล้อ มีการวางเนื้อคาร์บอนไปในทิศทางเดียวกันเพิ่มความแรงและความเงางาม น้ำหนัก 1,497g (หน้า, 666g; หลัง, 831g) น้ำหนักที่เบาไม่ให้ทำให้ความแข็งแรงของตัวล้อศุนย์เสียไป ขอบล้อออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้เกิดแรงต้านน้อยที่สุด การเบรกกับการใช้เทคโนโลยี " 3Diamant "ที่มีอยู่เดิมในล้อตัวท็อปๆ ทำให้เบรคได้เรียบลื่น เบรกมั่นคง หยุดได้ระยะสั้น ใช้คู่กับผ้าเบรกที่มีมาให้ด้วย เพื่อประสิทธิภาพในการเบรคสูงสุด
Quattro Carbon ล้อหน้ามีซี่ลวด 18 เส้น ล้อหลัง 21 เส้น straight-pull stainless steel spokes alloy nipples ขึ้นล้อหลังแบบ 2:1
Quattro Carbon ตัวแกนดุมล้อมีขนาดใหญ่ พิเศษ Oversized hollow alloy axles วิ่งอยู่บน cartridge bearings. (ลูกปืนตลับ) ซึ่งรับน้ำหนักและแรงกดได้มาก ระบบปิดกันน้ำและฝุ่นได้แนบสนิท ลดการสึกหรอและการบำรุงรักษา
Quattro Carbon ขอบล้อไม่จำเป็นต้องติดตั้งเทปพันแฮนด์ เพราะขอบล้อไม่ได้เจาะทะลุ เพิ่มความแข็งแรงขึ้นไปอีก
หลังปั่น
ผู้ทดสอบให้ความเห็นว่า Quattro Carbon ให้การตอบสนองต่อการกดลูกบันใดได้ดี อย่างน่าพึงพอใจ ทั้งในทางราบและทางชัน แม้ในสภาพแรงดันลมต่ำ 80 psi

+

Review : เฟรมหมอบ Basso Diamate

Before we start I need to tell you. This is my first review. I have been cycling for many brands and model .I looking for bike that design for my activities. Weight was limited not less than 6.8 kg, according to the rules of UCI. From my experience if you want to know that your bike is good or bad you will know when you feel exhausted. You will know by how far that your bike brings you from start to the end before you exhaust.


Basso Diamante was design to be an ultimate road machine.From the founder of basso bike. He said Basso Diamante is like a Lamborghini. It’s fast, stylish and no one overtaking. Basso also made in Italy. This bike is very unique.  It got “Near perfect” that is 9.9 point from 10 from many professional cyclist they said” It has best cornering speeds and both directly as well. It does best in long run you can call it all round bicycle”. For my opinion I think Diamante is best for climbing and road racing because of 100% aerodynamic design.  About appearance of the Diamante It look classic and beautiful like Basso slogan that is “Italian Passion”. Seat stay is quite big compare with other brand in the market. But chain stay is 40 cm long in size 53 that is quite short because another bike is around 40.5-41 cm. Highlight of the Diamante is stem and headset. It is very smart design because you can adjust it in many ways.  If you feel handle bar is too low for you. You can use spacer for rise it up. Somebody will think about stem that come with frameset is a little bit heavy but for the 110 mm 190grams I think it lighter than some stem in the market.  The bottom bracket of Diamante it use bb86 86*41 press fit. Everything of this frameset is made for the maximum Strength.

 

I am 185 cm. My bike is 53cm.It is a little bit small but this bike is quite long. I use 140mm stem with 10sp Campy and custom wheelset. Net weight is 7.6 kg. After past one of the highest mountain in Thailand call “Doy Suthep”. I think The Diamante is the one that I looking for. It is flow and fast. The Design of Headset is very interesting and beautiful.

 

It’s not made for the beginner. It’s hard to control.The riding position is like pro cyclist because the handle bar is very low. It made you feel exhausted very fast if you are a beginner but for the experienced cyclist I can guarantee that It is a lot of fun.

 

                Thank you for reading. See you next time.

+

BASSO BIKE

BASSO BIKE เริ่มต้นก่อตั้งเมื่อ 1977 กว่า 37 ปีมาเเล้ว

โดยสามพี่น้อง Marino, Renato & Alcide Basso (Marino Basso เคยเป็นเเชมป์โลกจักรยานประเภทถนนเมื่อ 1972) เริ่มผลิตรถจักรยานที่ทำจากวัสดุโครโมลี จนพัฒนามาเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ในปัจจุบัน มุ่งมั่นทุ่มเทให้กับการผลิตจักรยาน โดยเลือกวัสดุที่ยอดเยี่ยม บวกกันองศาที่ใด้รับการรีวิวว่าดีที่สุด Basso Bike มีโรงงานผลิตเฟรมเเละล้อเมือง Vicenza Italy กำลังผลิตค่อนข้างน้อย แต่มั่นใจได้ถึงคุณภาพ 100% Hand Made in Italy BASSO DIAMANTE 2015 เฟรมเสือหมอบที่ได้รับการรีวิว 9.5/10 เกือบทุกเว็บไซต์

 

BASSO Diamante คือจักรยานตัวท็อประดับ Flagship ที่ BASSO ผสมผสานสัญชาตญาณความเร็วและความปราณีตมีสไตล์ของอิตาเลียนได้อย่างลงตัว คัดสรรเริ่มต้นตั้งแต่วัสดุคาร์บอน Toray Premium T1000 ที่ออกแบบและวางชิ้นงานผลิตในโรงงานของ BASSO เอง ขึ้นรูปเฟรมแบบ Monocoque ด้วยแรงดัน 6-7 บาร์ รับประกันว่าปราศจากตำหนิและฟองอากาศทุกชิ้นงาน เน้นรายละเอียดในทุกสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นท่อคอหรือกะโหลก ขึ้นรูปเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ล้วน ไม่มีส่วนผสมขอบอลูมิเนียม รีดน้ำหนักให้เฟรม BASSO Diamante มีน้ำหนักเพียง 830 กรัมเท่านั้น (Size 53)จุดเด่นของเฟรม BASSO Diamante ไม่ใช่เพียงการเลือกสรรวัสดุ แต่อยู่ที่มิติองศา Geometry ของตัวรถ ที่เข้าใจจิตวิญญาณของนักแข่ง ที่ต้องการก้มต่ำลู่ลมมากที่สุด Diamante ถูกดีไซน์ให้ช่วงท่อคอด้านหน้าแบบ Semi-intergrate สามารถปรับระดับการก้มได้มากกว่าคู่แข่ง หรืออยากจะปรับให้เป็นรถขี่สนุกในวันหยุด ก็เพิ่มความสูงด้วยชุด Comfort Kit ที่มีให้มาในเซ็ตได้เหมือนกันองศาของรถถูกออกแบบจากประสบการณ์และข้อมูลจากนักแข่ง ช่วงหน้าดีไซน์ให้ตอบสนองการควบคุมที่ว่องไว มุดโค้งหรือโยกขึ้นเขาได้อย่างดั่งใจสั่ง ส่วนช่วงหลังร่นกระชับ Chainstay เว้าชิดท่อนั่ง ให้การส่งถ่ายแรงไปอย่างฉับไว ผสานกับการเลือกใช้วัสดุ T800 ที่ช่วยลดทอนการสะเทือนในช่วงหลัง จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยว่าผลทดสอบจากหลายสำนัก ที่ได้ลิ้มลองรถสัมผัสของ BASSO Diamante แล้วจะมีคะแนนที่สูงเด่นและทิ้งไว้ถึงคำชมที่น่าโหยหา ถึงพิษสงของเฟรมอิตาเลียนนานแท้ตัวนี้ เก็บท้ายรายละเอียดด้วยงานสี ที่เฉียบ เนี้ยบ ละเอียดในทุกมุมมองที่เห็นตัวจริงแล้วถึงกับต้องซี๊ดปาก สมกับแบรนด์ที่ยังยืนหยัด ทุกขั้นตอนการผลิตในอิตาลี (Hand Made in Italy) เพื่อส่งมอบคุณภาพรถจักรยานชั้นเลิศ ดั่งเพชรล้ำค่า (Diamante คือคำว่า เพชร Diamond ในภาษาอิตาลี) ให้กับนักปั่นที่เฟ้นหาของล้ำค่าไว้ครอบครอง

+

LAKE Custom Fit Carbon Fiber Shoes

Lake Cycling Shoes 

รองเท้าจักรยานหน้ากว้าง(wide) กว้างเเค่ใหน กว้างเท่าไร ผู้ใช้ควรรู้ Lake มีคำตอบเรื่องนี้ครับ กว้างใช่ว่าจะดีกับทุกคน Lake Cycling Shoes ออกแบบรองเท้ามา 2 แบบ มีแบบหน้าเท้าปกติ และ แบบหน้าเท้ากว้าง เหมาะสำหรับคนเอเชีย อย่างคนไทยที่สุด 

 

STEP BY STEP LAKE CX402 Custom Fit Carbon Fiber Shoes LAKE CX402 รองเท้าจักรยานเสือหมอบพื่นคาร์บอน วัสดุหนังจิโจ้กระชับใส่สบายและยังสามารอบเพื่อให้กระชับเเละเข้ากับรูปเท้าได้มากกว่าเดิม เรามาเเนะนำขั้นตอนการอบอย่างถูกวิธี สิ่งที่ต้องมีก็คือ ตู้อบความร้อน ถุงมือกันร้อนเทอร์โมมิตรเตอร์ นาฬิกาจับเวลา เเละเก้าอี้ (ให้อบรองเท้าทีละข้าง)

 

1. เตรียมตู้อบความร้อน เปิดเตรียมใว้ที่อุณหภูมิ 90-95องศา 

 

2. เมื่อได้ความร้อนที่ต้องการเเล้ว นำรองเท้าเข้าไปในตู้ความร้อน เเนะนำว่านำด้านส้นเท้าเข้าไปด้านใน จับเวลา 4 นาที ที่อุณหภูมิ 90-95องศา 

 

3. ครบ 4 นาทีเเล้วนำรองเท้าออกมา(ค่อนข้างร้อน) เช็คความนิ่มของพื้นตรงส้นเท้า ลองดึงดูว่าถ่าออกได้ใหม ถ้ายังไม่ได้สามารถอบเพิ่มได้ไม่เกินอีก 1 นาที

 

 

 

4. ได้เเล้วคลายรองเท้าออกให้หมด สวมเข้าไปเเล้ว บิดลูกบิดหมุนปรับรองเท้าเบาๆ อย่าหมุดเเรงเด็ดขาด ใส่ถุงมือกันร้อนนวดบริเวณส้นรองเท้าบีบเข้าไปให้กระชับ แล้วยกเท้าขึ้นเอามือดันตรงส้นใว้ออกเเรงดันขึ้น ให้ผู้ที่สวมรองเท้าดันลงสวนกลับมือ 

 

5. ทำจนเข้ารูปเท้าเเล้ว บิดหมุนลูกบิดเข้ามาอีก นิดหน่อยพอตึงๆ อน่าเเน่นนะครับ ทิ้งใว้สัก 5-8 นาที ถ้าให้ดีเเนะนำว่าให้ขึ้นปั่นจักรยานด้วยยิ่งดี เท้านี้เป็นอันเสร็จ


*ข้อควรระวัง อย่าอบนานจนเกินไปจะทำให้หนังรองเท้าย่น เหี่ยวเสียรูปและพื้นคาร์บอนเกิดมีฟองอากาศเเละร้าวตรงผิวเคลือบ(เเต่ยังใช้ได้ปกติ) รองเท้า LAKE CX 402 อบได้หลายครั้ง สูงสุดเคยทำได้ถึง 10 ครั้ง ครับ

 

+

Review: Lake Raven3.0 - Carbon Fiber Haetmodable Insoles

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา แวะเข้าไปร้านพี่อี๊ดเพื่อไปเปลี่ยนคลีทของเดิมเป็น speedplay พร้อมทั้งเอาน้องแอนดี้ไปแปลงร่างจากโหมด Time Trail กับสู่โหมด Fixed บ้านๆ พอฟังพี่อี๊ดอธิบายจบ ผมก็คันเลยขอพี่อี๊ดลองเจ้าแผ่นอันนี้มั่ง เพราะตัวผมเองก็มีปัญหาเวลาปั่น ปั่นไปได้ซัก 20-30 กม. ผมมักจะเจ็บใต้ผ่าเท้าบริเวณอุ้งเท้าเป็นประจำ จริงๆ ก็ไม่ได้เจ็บมากนะ แต่เมื่อมีอาการมันให้ความรู้สึกรำคาญมากกว่า หลังจากอธิบายอาการให้พี่อี๊ดฟัง พี่อี๊ดก็บอกว่า "ผมเป็นคนที่บริเวณอุ้งเท้ามีลักษณะเว้าเข้าไป เวลาปั่นมันมี space ทำให้ฝ่าเท้ามันลงไม่เต็ม เวลาย่ำบันไดน้ำหนักมันไม่กระจายไปทั่วเท้า "ถกกันมาถึงขั้นนี้พี่อี๊ดก็เลยจับผมทำพิธีกรรม 1-6 ข้างบนนั้น พอทำขั้นตอนมาถึงข้อ 5 ช่วงเวลา 5 นาทีแรก ฟีลแรกที่ยัดเท้าเข้าไปในรองเท้าหลังจากอบแผ่นรอง มันก็อุ่นๆฝ่าเท้าดีครับ รู้สึกได้ว่าแผ่นรองมันค่อยๆ ยุบตามเท้าเราที่วางลงไป เมื่อครบเวลาที่กำหนดก็ถอดรองเท้าวางทิ้งไว้ให้คาร์บอนมันเย็นตัว ประมาณ 20 นาทีต่อมา แรกสัมผัสที่สวมรองเท้า รู้สึกทันทีครับว่า ฝ่าเท้ามันวางได้เต็มตรีนมากขึ้น!!!  แค่ลองใส่มันคงไม่รู้สึกอะไร สิ่งที่จะบอกว่ามันเวิร์ค ไม่เวิร์คมันคือต้องออกไปลองปั่นซิครับ ออกไปซ้อมกับแกงค์ DMR คืนนั้นเลย

 

วันที่1 ระยะทดสอบประมาณ 60 กม. ปั่นมันจากคอนโดที่ทองหล่อ - ช็อคโกแลตวิลล์ (CV)/ซ้อมปั่น CV รอบใหญ่ 2 รอบ เหยียบได้เต็มตรีนมาก ๆ รู้สึกเลยว่ากดมันส์ขึ้น รู้สึกว่ารองเท้า Stiff ขึ้นมาก แรงเหยียบที่ส่งไปบันไดนั้นกระจายทั่วฝ่าเท้าหลังจากปั่นเสร็จ มีอาการเจ็บใต้ฝ่าเท้าน้อยลง เมื่อเทียบกับปั่นระยะนี้ที่เคยปั่นมา เข้าใจว่าเท้ายังไม่ชินกับพื้นที่แข็งขึ้น

 

วันที่2 ระยะทดสอบ 120กม. ปั่นไปกลับ ทองหล่อ-ลำลูกกา คลอง13 วันเสาร์ตัดสินลองทดสอบระยะไกล ตลอดระยะเส้นทาง 120 กม. ไม่มีอาการเจ็บฝ่าเท้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกครั้งที่ย่ำบันไดรู้สึกสบายเท้าขึ้นมาก จบทริปเท้าไม่ปวด แต่ปวดไหล่ชิบหาย ฮ่าาาาาาา

 

จากการทดสอบค่อนข้างมั่นใจเลยครับ Lake Raven3.0 แก้ปัญหาเรื่องอาการเจ็บใต้ฝ่าเท้าของผมได้ครับ ในเบื้องต้นถ้าคุณอยากให้ "ฝ่าตรีนแนบแน่น และสนิทสนมกับรองเท้ามากขึ้น Lake Raven3.0 ผมถือว่าตอบโจทย์ครับ"ขอบคุณพี่อี๊ดด้วยนะครับที่ให้ผมเป็นหนูทดลอง เอ๊ย ทดสอบเจ้าแผ่นรองรองเท้าอันนี้ เพราะว่า ...มัน เวิร์ค มาก

+

BROOKS CAMBIUM FAMMILY

วันนี้มาแนะนำ BROOKS CAMBIUM แนวคิดใหม่จากบรู๊คส์โดย John Boultbee Brooks ผู้ก่อตั้งบริษัท บรู๊คส์ แต่พับเก็บโปรเจ็คนี้เอาใว้ และเมื่อบรู๊คส์ย้ายเข้ามาอยู่ในเครือ Salle Royal Group ได้มีการนำโปรเจ็คนี้มาทำอีกครั้งเมื่อปี 2013 โดยเริ่มผลิตเบาะ CAMBIUM รุ่นแรกชื่อว่ารุ่น "C17" เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบรู๊คส์ ทั้งเรื่องเบาะและภาพลักษ์ 


แนวคิดเรื่องเบาะ CAMBIUM มาจากการการเลือกหาวัสดุที่มาใช้ทดแทนหนัง ซึ่งนับว่ายิ่งน้อยลง ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดจักรยานที่กำลังเติบโตขึ้นทั่วโลกและข้อจำกัดในการใช้งาน เลือกวัสดุจากยางจากธรรมชาติ (ยางพารา จากภาคใต้ ของประเทศไทย) และใยฝ้ายทอเป็นผืน อัดขึ้นรูปผ่านความร้อน มีทั้งหมด 2 เลเยอร์ ประกอบเข้ากับรางเบาะวัสดุ K:IUM และยืดกันด้วยหมุดอลูมิเนียม คงความเป็นเอกลักษณ์ความเป็น บรุ๊คส์ที่มีมากว่า 150 ปี จากทั้งหมดนี้

 

เบาะ CAMBIUM ให้อารมณ์ความรู้สึกไม่แตกต่างไปจากหนัง แต่มีข้อดีในหลายๆด้าน ดังนี้ 
1.นุ่นเลยไม่ต้องรอ 
2. ทนทานแข็งแรง 
3.กันน้ำ

 

จากคุณคุณสมบัติดังกล่าวทำให้ CAMBIUM สร้างความฮือฮาให้กับแฟนคลับบรุ๊คส์ได้พอสมควรเลยทีเดียว

+

BROOKS CAMBIUM C13

BROOKS CAMBIUM C13
“Test on Cobbles Paris Roubaix in the Arenberg”

BROOKS CAMBIUM C13 ความท้าทายใหม่ของบรู๊ค

แนวคิดเบาะ CAMBIUM มีมานานกว่า ทศวรรษแนวคิดที่ว่าการทำเบาะจักรยานที่ ทนทาน นั่งสบาย และให้ความรู้สึกเหมือนหนังแท้ โดยการใช้แทนวัสดุจากหนังวัว

BROOKS CAMBIUM C13 จากการพัฒนาส่งต่อจากรุ่น 17 และ 15 เปลี่ยนโครงสร้างตัวรางใหม่หมด รูปทรงเปลี่ยนไปจากเดิม CAMBIUM C13 ออกแบบมาเพื่อการใช้งานของจักรยานเสือหมอบโดยเฉพาะ ตัวเบาะผลิตจากวัสดุ vulcanised natural rubber and organic cotton รางเบาะผลิตจากคาร์บอน HM MADE IN ITALY

โดยคาแรคเตอร์ของ C13 เป็นเบาะที่ให้ความสบายเป็นอย่างมาก 
กระชับ ทนทานเเข็งเเรง ยืดหยุ่นตัวได้เยอะ น้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่ BROOKS เคยทำมา 
สัมผัสความนุ่นและเบาสบาย ของ BROOKS CAMBIUM C13 ได้แล้วที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 

 

+

BROOKS

BROOKS ENGLAND THE BEST FOR RIDING

ระยะเวลากว่า 150 ปีของ บรูคส์ กับการผลิตอุปกรณ์และสินค้าที่เกี่ยวกับจักรยาน ระยะเวลาเปลี่ยนไป อะไรก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แล้วคุณจะมอง บรูคส์ เปลี่ยนไปนับแต่จากนี้ 


วันนี้มีสินค้าใหม่มารีวิว : RUBBER Weatherproof Padded Tape จะมาบอกถึงความนิ่ม และความนึบ กันน้ำ ทนทานทุกสภาพถนน และคงความเป็นวินเทจ อยู่นิดๆดูแปลกตา 
• วัสดุ ผลิตจากเนื้อยางพารา เนื้อยางมันหนับมาก ต้องลองสัมผัสเอง 
• ความหนา 3 mm. พันบนแฮนด์แล้วกระชับมือพอดี มาพร้อมกับปลั๊กอุด 
• Weatherproof PU coating กันน้ำ 100% ไม่ต้องกลัวเปียก เช้ดล้างทำความสะอาดง่าย
• มีสี BALCK และ NATURAL

+

SELLE ROYAL SCIENTIA “เทคโนโลยีบนเบาะจักรยาน”

SELLE ROYAL ร่วมลงทุนวิจัยกับ มหาวิทยาลัยโคโลญจน์ ประเทศเยอมัน German Sport University Cologne เป็นมหาวิทยาลัยใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในยุโรป วิจัยและออกแบบเบาะจักรยาน ใช้หลายทฤษฎีและหลายข้อมูล ผลคือ SCIENTIA กับเบาะถึง 9 แบบ และวิธีการเลือกใช้งานของแต่ละบุคคล ให้ได้ผลดีที่สุด

 

SCIENTIA เป้าหมายของการทดสอบคือศึกษา รูปทรง รูปแบบ ของบุคล วิเคราะห์หาเบาะที่ใช้ได้ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

การวิจัยครั้งนี้ใช้ เซ็นเซอร์จับตำแหน่งการนั่งถึง 64 จุด บนอานจักรยาน โดยกลุ่มเป้าหมายของมุ่งไปถึงคนทั่วไป โดย 9 แบบของ SCIENTIA วิธีการเลือกผ่านการทดสอบกับเครื่องมือของทาง SELLE ROYAL โดยเฉพาะ ผลจากการทดสอบ  ได้ค่าเฉลี่ยของกระดูก Sit Bones ทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้ค่าดังนี้

ผู้หญิง มีกระดูก Sit Bones เฉลี่ย 13.04cm

ผู้ชาย มีกระดูก Sit Bones เฉลี่ย 11.50 cm.

เมื่อนำมาบวกกับขนาดของความกว้างกระดูก Sit Bones และจะได้เบาะที่แม่นยำและปั่นสบาย

 

วัสดุและเทคโนโลยีในการผลิตเบาะก็ถือว่าใหม่สำหรับเบาะจักรยาน

ROYAL GEL : เจลชนิดพิเศษลิขสิทธิ์ของ SELLE ROYAL มีลักษณะนุ่มไม่คืนตัวได้ดี

3D SKIN GEL : ทำให้ตัวเนื้อผิวของเบาะ ลักษณะนุ่ม ทนแรงเสียดสีได้ดี

CENTRAL RESERVOIR : SELLE ROYAL นั่งสบายไม่จำเป็นต้องมีรู จากการวันจุดกดทับ

REAR PLATEAU : การติดตั้งตัวเบาะ ปลายเบาะจะก้มเล็กน้อย

CURVA SUSPENSION : โครงสร้างแบบใหม่ของเบาะ SELLE ROYAL ทำให้ยืดหยุ่นตัวได้มาก รับแรงกระแทกได้ดี

+

ปูนิ่ม นักปั่นสาวสวยสุดเซ็กซี่ เจ้าของตำแหน่ง “Archangel Rider 2015”

ชื่อ-นามสกุล : ธานัท วัชระอภิญา

ชื่อเล่น : ปูนิ่ม 

จักรยานคู่กาย : Basso Dimante

 

บทสัมภาษณ์ จุดเริ่มต้นจริงๆ แล้วปูนิ่มอยากจะหันมาออกกำลังกายให้มากชึ้นเพราะเราเป็นคนร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้วด้วย สุขภาพไม่ค่อยดีก็เลยอยากลองหากีฬาสักอย่างที่มันเหมาะกับตัวเองเราก็เลยเลือกที่จะมาปั่นจักรยาน แล้วก็เริ่มปั่นตั้งแต่ตอนนั้นเลยค่ะรวมระยะเวลาแล้ว ตอนนี้ก็ปั่นมาได้ปีนิดๆ แล้วค่ะ

 

แรงบันดาลใจในการปั่น ปูนิ่มคิดว่า กีฬาอย่างอื่นมันก็อาจจะอยู่แค่ในห้องเล็กๆได้เห็นแค่มุมมองเล็กๆ แต่จักรยานมันก็พาเราไปได้หลายๆที่

ที่รถยนต์อาจจะเข้าไปไม่ถึง ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้เราอย่างเช่นที่ บางกระเจ้า ตรงบางนา คือไม่น่าเชื่อว่าจะมีที่แบบนี้อยู่ที่กรุงเทพฯ เลยนะค่ะมันจะเป็นชุมชนคล้ายๆ ที่อัมพวา มีก็จะมีเล่นจักรยานแคบๆ ให้พวกเราได้ปั่นกันมันสวยมากเลยนะ ไม่คิดว่าจะมีที่แบบนี้อยู่กรุงเทพฯ เลยนะ

 

ได้อะไรบ้างจากการออกกำลังกาย แน่นอนเลยคือเรื่องสุขภาพค่ะเปลี่ยนแปลงมากเลย สำหรับตัวปูนิ่มเองนะ เพราะแต่ก่อนปูนิ่มจะเป็นเด็กเนิร์ดๆเป็นคนขี้โรคด้วย โดนอะไรนิดๆ หน่อยๆ แปปเดียวเราก็ป่วยแล้วคงเป้นเพราะเมื่อก่อนเราที่ไม่ชอบออกกำลังกายเลยแต่พอมาได้ปั่นจักรยานแล้วเนี่ย มันก็เลยทำให้เราแข็งแรงขึ้นสุขภาพดีขึ้นกว่าเดิมมากๆ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก RUSH#69 May

สามรถติดตามปุนิ่มได้ที่  www.facebook.com/Tanat Watcharaapiya

+

น้องฝน น้องสาวที่น่ารักของ สโมสร พิริยะ อินเตอร์ ไซคลิ่ง ทีม

ชื่อ-นามสกุล : นางสาว  ณัฏฐาพร เวชศิลป์

ชื่อเล่น : ฝน

อายุ : 23 ปี

บทสัมภาษณ์ จากเชฟสาวสู่นักปั่นจักรยาน

“แต่ก่อนฝนเคยทำงาน Cooking อยู่ในครัว แต่ตอนนี้ทำเกี่ยวกับ คอร์ส เมนู อยู่เบื้องหลัง  ทำงาน จันทร์ – ศุกร์ พอเสาร์-อาทิตย์ ก็จะไปปั่นออกทริปต่างจังหวัด อย่างตอนเย็นถ้าช่วงไหนต้องซ้อม กลับมาฝนก็จะขึ้นเทรนเนอร์ ประมาณ 1 ชั่วโมง ที่บ้าน มันเป็นสิ่งที่เรารัก เราอยากทำ ทำแล้วสนุก”

 

“ส่วนแรงบันดาลใจที่ทำให้เริ่มปั่นจักรยาน เริ่มมาจากช่วงที่ฝนฝึกงาน พอทำงานด้วยเรียนด้วย ก็เครียดจึงคิดว่าต้องหาอะไรทำ เงินเดือนออกเดือนแรกเราเอาไปซื้อจักรยานเลย เป็นจักรยานพับ แต่พอปั่นได้อาทิตย์หนึ่งไม่ชอบ เพราะตัวที่ฝนซื้อเพิ่มความเร็วไม่ได้และก็หนักด้วยเลยไปซื้อจักรยานใหม่เป็นฟิกเกียร ปั่นได้สองอาทิตย์ก็รู้สึกว่าไม่ใช่อีก แล้วดูอันตรายสำหรับเรา เลยหันมาลองเสือหมอบติดใจปั่นมาตลอดจนทุกวันนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วยนะ ต้องลองหลายๆ แบบว่าเราเหมาะกับแบบไหน” 

 

“เคยมีเพื่อนสมัยเรียนมาถาม เฮ้ย!! จะดำไหม๊ ขาจะใหญ่มั้ย มันก็ดำลงนะ แต่มันมีอุปกรณ์ป้องกันอย่างการทาครีมกันแดดก่อนปั่น การใส่ผ้าคลุมหน้า ปอกแขน ปอกขา ส่วนขาจะใหญ่ไหม๊ อยู่ที่สไตล์การปั่นของแต่ละคน แต่จริงๆถ้าเราติดใจการปั่นแล้ว มันจะมองข้ามเรื่องเหล่านี้ไปเลย และอันดับแรกคือการเลือกจักรยาน ก่อนที่เราจะซื้อเราควรจะศึกษาข้อมูลดีๆ มันมีปัจจัยหลายอย่าง ทั้งเรื่องวัสดุอุปกรณ์ ราคา และต้องลองฟิตติ้งเพราะปกติผู้หญิงมักจะเลือกซื้อที่ถูกใจไว้ก่อนแต่บางทีมันไม่เหมาะกับสรีระ ไซส์หรือสไตล์การขี่ของเรา ต้องถามตัวเองก่อนว่าชอบขี่แบบไหน วัสดุไหนเหมาะกับเรา หาข้อมูลเยอะๆ  หรืออาจจะลองจักรยานหลายๆแบบดู   ช่วงแรกมันอาจจะเหนื่อยหน่อยแต่รับรองสิ่งที่ได้กลับมามันคุ้มค่ามาก”

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก fit4funrelax 

 

+

น้าอ๊อด ตราดไบค์ กับรถจักรยานคู่ใจ POLYGON

ชื่อ นายศุภชัย น้อยชัยพฤกษ์ 

ชื่อเล่น อ๊อด

ชื่อในวงการ น้าอ๊อด อ๊อดตราด 

เกิด 16 กค. 2519

อยู่ในวงการ การปั่นจักรยานมานานร่วม 17 ปีเต็ม

ผลงานที่ผ่านมา 

- แชมปถ้วยพระราชทานจอมบึงเสือภูเขา ปี 2551

แชมป์ถ้วยพระราชทานกาฬสินธุ์ เมาเท่นไบค์แชมเปี้ยนชิพ ปี 2551

- รองแชมป์ประเทศไทยอันดับสาม ปี 2555

- แชมป์ถ้วยพระราชทานพัทยาเมาเท่นไบค์ชาเลนจ์ ปี 2556

- รองแชมป์ประเทศไทยอันดับสี่ ปี 2556

- รองแชมป์ประเทศไทยอันดับสาม ปี 2557

- รองแชมป์ประเทศไทยอันดับสี่ ปี 2558

รางวัลที่น้าอ๊อดภูมิใจ แชมป์รายการเขาอีโต้คราสสิค 2556 2557 2558 สามปีซ้อน 

นี่เป็นเพียงรางวัลส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ สามารถชมผลงานของน้าอ๊อดได้ที่ www.facebook.com/aodtrat

+

MET หมวกกันน็อค ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อชีวิตการปั่นที่สนุกมากยิ่งขึ้น

MET : One Brain Use It!!!

MET หมวกกันน็อคคุณภาพชื่อดัง จากเมืองทาลาโมน่า ประเทศอิตาลี

 

หมวกกันน็อค MET ไม่ได้โดดเด่นแค่ดีไซน์และรูปทรง
แต่ยังมุ่งเน้นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย
ที่กล้ายืนยันจากการผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากหลายประเทศทั่วโลก

 

มาตรฐานความปลอดภัยที่ หมวกกันน็อค MET ได้รับ
CPSC : North America
CE : Europe
QAS : Australia
JIS : Japan

MET หมวกกันน็อคคุณภาพ จึงไม่ได้เป็นเพียงหมวกกันน็อคที่เน้นดีไซน์สวยงามเพียงอย่างเดียว
แต่ยังห่วงใยผู้บริโภคเน้นมาตรฐานความปลอดภัยทุกใบ ก่อนที่จะถึงมือนักปั่นทุกท่าน

และ Met ไม่ใช่เป็นแค่เพียง หมวกกันน็อค ธรรมดา
แต่ Met เน้นทุกรูปแบบการดีไซน์ คัดสรรวัสดุ เพื่อคุณภาพและความปลอดภัยอย่างเต็มเปี่ยม

 

*** ไม่แนะนำ ให้เลือกใช้หมวกกันน็อคที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย
** เพราะชีวิตคุณมีมูลค่า มากกว่า ราคาที่ต่ำกว่า เพียงเท่านั้น

ร่วมสัมผัสหมวกกันน็อคสุดเฉียบที่โดดเด่นทั้งดีไซน์และมาตรฐานความปลอดภัยได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่าย
หรือสอบถามข้อมูลสินค้า เพิ่มเติม โทร. 02-515-0179

+

Bridgestone จิตวิญญาณนักแข่ง สำหรับนักปั่นเอเชีย

ดาบซามูไรชั้นดี จากช่างตีมากประสบการณ์

ขึ้นชื่อว่าเป็นสินค้าที่ผลิตโดยชาวญี่ปุ่นแล้ว เมื่อคุณเลือกใช้สินค้าของคนญี่ปุ่น คุณย่อมได้รับสินค้าที่ดีมีคุณภาพเหนือระดับ 
เพราะคนญี่ปุ่นมีมาตรฐานชีวิตสูงมาก สินค้าที่ใช้ต้องมาจากกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ
และต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพอย่างถี่ถ้วนก่อนส่งมอบถึงมือผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้เกิดความมั่นใจว่าใช้แล้วต้องมีความปลอดภัย
นั่นหมายความว่า Bridgestone พร้อมส่งมอบจักรยานที่ดีที่สุดให้กับคุณ
ประดุจดั่งการตีดาบชั้นดีเพื่อมอบให้ซามูไร ถ้าดาบนั้นยังตีได้ไม่คม รูปทรงไม่งดงาม ก็ยังไม่สามารถส่งมอบดาบนั้นให้ซามูไรได้!!

จักรยาน Bridgestone เป็นการร่วมมือกันระหว่างทีมวิศวกรผู้ออกแบบและนักแข่งจักรยานมืออาชีพ 
ซึ่งทีมวิศวกรเข้าใจดีว่านักแข่งจักรยานอาชีพที่เก่งที่สุด ไม่เพียงแต่จะทำการซ้อมทุกๆวันเพื่อพัฒนาทักษะของเขา
แต่เขายังต้องการให้โรงงานพัฒนาศักยภาพของจักรยานที่ผลิตอย่างสุดความสามารถ

ทีมวิศวกรจึงใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์โครงสร้างที่เหมาะสมที่สุดในการวิเคราะห์แรงกดบนเฟรมจากพื้นฐานข้อมูลการปั่นจริงของนักกีฬา 
การตรวจสอบความแข็งแรงของส่วนประกอบแต่ละส่วนของเฟรมด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนั้นยังใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์การเคลื่อนไหว
โดยจำลองกระบวนการทำงานของระบบป้องกันการสั่นสะเทือนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง
ซึ่งทำให้ค้นพบโครงสร้างการเชื่อมต่อและตำแหน่งของแกนหมุนที่ดีที่สุด รวมถึงความเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญด้านหลักอากาศพลศาสตร์
ในการทดสอบท่อลมและการออกแบบรูปร่างของเฟรม ซึ่งมีค่าแรงเสียดทานน้อยที่สุด เพื่อให้ได้เฟรมที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด
ตอบสนองการใช้งานผู้ขี่มากที่สุดเท่าที่ขีดความสามารถของเทคโนโลยีการผลิตเฟรม ณ ปัจจุบันจะทำได้

จักรยาน Bridgestone ได้รับการพิสูจน์แล้วจากสนามแข่งระดับโลก
ด้วยองศาและ Geometry ที่ออกแบบมาเพื่อคนเอเชียโดยเฉพาะ ให้ขี่ง่ายและสบาย เวลาขี่ระยะไกล
พิสูจน์เทคโนโลยีอันเป็นความภาคภูมิใจของชาวญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่ร้านตัวแทนจำหน่าย

หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-515-0179

+

Bridgestone EXtenza เทคโนโลยี ทุกคำตอบ ของยางเสือหมอบ

Bridgestone ชื่อที่ทุกคนรู้จักและยอมรับเป็นอย่างดี

จากผลิตภัณฑ์ยางสำหรับรถยนต์ คุณภาพและประสิทธิภาพของยางรถยนต์จากญี่ปุ่นแบรนด์นี้ ก้าวข้ามผ่านความมั่นใจ ขึ้นสู่ระดับผู้นำของวงการยางรถยนต์จนเป็นที่ยอมรับและกล่าวขานกันทั่วโลก เทคโนโลยี ความมุ่งมั่น และประสิทธิภาพ ถูกส่งถ่ายต่อมายังอุตสาหกรรมวงการจักรยาน ทั้งรถจักรยาน แบรนด์ Bridgestone ที่เน้นสมรรถนะ ความปลอดภัย เทคโนโลยี ที่ดีไซน์จักรยานให้เหมาะสมกับสรีระคนเอเชียตลอดจนงานการผลิตที่ยังเน้นความประณีต พิถีพิถัน จากผู้เชี่ยวชาญในโรงงานประเทศญี่ปุ่น

 

Bridgestone ครองอันดับ 1 แบรนด์ยางรถยนต์มูลค่าสูงสุดในโลก

ข้อมูลจาก Marketeer Magazine 

และล่าสุด Bridgestone ส่งต่อเทคโนโลยีและความสำเร็จ มาสู่ ยางจักรยาน เสือหมอบ Bridgestone EXtenza ยางที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของนักปั่น หลากหลายประเภท แบ่งแยกออกเป็นรุ่นย่อยตามความต้องการ จะเป็นนักแข่ง ที่ต้องการยางน้ำหนักเบา ลื่นไหล เกาะโค้งได้ดี หรือนักปั่น ที่เน้นออกทริป ต้องการความนุ่มนวล มีวัสดุป้องกันยางรั่ว มีอายุการใช้งาน ทนทาน เราภูมิใจที่คำตอบของความต้องการมีพร้อมอยู่ใน Bridgestone EXtenza ที่รอพร้อมโลดแล่นไปกับคุณได้ทุกเส้นทาง


Bridgestone EXtenza RR1X
ยางเสือหมอบเกรดท็อป ระดับแข่งขัน อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี
-    เนื้อยาง 3 Compound เลือกใช้เนื้อยางที่นุ่ม ลดแรงต้าน 
-    เนื้อยางส่วนกลางด้าน กลางเน้นทนทาน ลื่นไหล 
-    เนื้อยางด้านข้าง นุ่ม ยึดเกาะโค้งมั่นใจ
-    มีชั้น Kevlar ป้องกันเศษหนาม และยางรั่ว
-    มีแผ่นชั้น Indicator มองเห็นชัดเจน เมื่อเนื้อยางสึกหรอ  

 

Bridgestone EXtenza RR1SL
อีกหนึ่งขั้น ของนักแข่งหรือนักปั่นที่ต้องการขีดสุดของสมรรนะและเน้นน้ำหนักเบา 
-    เนื้อยาง Daul Compound  ลื่นไหล ทนทานการฉีกขาด 
-    เนื้อยางด้านข้าง นุ่ม ยึดเกาะโค้งมั่นใจ
-    มีชั้น Kevlar ป้องกันเศษหนาม และยางรั่ว
-    น้ำหนัก180 กรัม/เส้น


Bridgestone EXtenza RR2X
ยางเสือหมอบ จาก Bridgestone ที่เน้นตอบสนองนักปั่นที่ต้องการความนุ่มนวล ทนทาน 
-    เนื้อยาง Daul Compound เนื้อยางพื้นฐานเน้นทนทานลื่นไหล 
-    เนื้อยางส่วนบน เน้นนุ่มนวล ยึดเกาะโค้งมั่นใจ
-    มีชั้นใยไนลอน ป้องกันเศษหนาม และยางรั่ว 
-    น้ำหนัก 220 กรัม/เส้น 700 x 23C
-    น้ำหนัก 230 กรัม/เส้น 700 x 25C

+

HORNIT db140

เพื่อนนักปั่นเคยกังวลกับปัญหาเหล่านี้กันบ้างมั้ย...
คนเดินข้ามถนนตัดหน้าคุณ
คนกำลังเดินข้ามถนน แต่มีรถใหญ่บังอยู่
รถประจำทางกำลังเบี่ยงออกจากป้าย
รถที่กำลังออกมาจากทางแยก
คนเดินเท้ากำลังเพลิดเพลินกับการคุยโทรศัพท์

...แต่ขณะเดียวกันคุณก็กำลังเพลิดเพลินกับการปั่นจักรยานคู่ใจอยู่

 


ทราบหรือไม่ว่า.....

80% เกิดอุบัติเหตุจากการปั่นจักรยานในเวลากลางวัน  75% เกิดอุบัติเหตุบริเวณทางแยก สถิติแสดงให้เห็นว่าแค่เพียงการระวังจากการมองเห็นก็ไม่อาจเพียงพอบางครั้งพวกเขาก็ต้องการให้เราส่งสัญญาณเตือนให้พวกเขาได้ยินด้วย เพื่อเสริมความปลอดภัยของนักปั่นและเพื่อนร่วมทางที่อาจมองไม่เห็นจักรยานที่คุณปั่นอยู่ แตร HORNIT เป็นตัวช่วยให้คุณได้

 

ด้วยน้ำหนักเพียง 96 กรัม(รวมถ่านAAA 2 ก้อน ใช้งานได้ 6-12 เดือน) รูปทรงที่เพรียว ล้ำสมัย ไม่ทำให้เกะกะอิริยาบถการปั่นของคุณ และด้วยคุณภาพเสียงแตร 140 db ทำให้เพื่อนร่วมทางของคุณ คนเดินถนน รถยนต์ รถโดยสาร หรือแม้กระทั่งรถบรรทุกก็สามารถได้ยินเสียงเตือนจากแตร HORNIT ได้อย่างชัดเจน...

 

แตร HORNIT 140 dB มีจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เราอยากให้เพื่อนนักปั่นทุกท่านมีความปลอดภัยในทุกๆการเดินทางของคุณค่ะ

+

THIS IS US - POLYGON

THIS IS US - POLYGON

 

นับตั้งแต่กว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา จักรยาน POLYGON ได้ครองใจกลุ่มนักปั่นมายาวนานด้วยการสร้างสรรค์จักรยานที่ดีที่สุดสำหรับนักปั่นทุกคน โดยเป็นจักรยานที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันไปทั่วโลกและผลิตขึ้นโดยใช้ระบบการผลิตระดับโลกซึ่งมีฐานอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย พวกเขาทำงานร่วมกับวิศวกร นักออกแบบอุตสาหกรรม นักคิดสร้างสรรค์และนักปั่นที่อยู่ในอเมริกาเหนือ ยุโรปและเอเชีย จักรยาน POLYGON ได้ทำการบ้านมาอย่างหนักเพื่อสร้างสรรค์การออกแบบที่ทันสมัยและแท้จริงตามกระแสโลก พวกเขาออกแบบ  ผลิตและสร้างสรรค์จักรยานที่มีคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม พวกเขาควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อให้มั่นใจได้ในทุกรายละเอียด พวกเขาตรวจสอบและรับรองให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนในกระบวนการผลิตนั้นมีคุณภาพสูงและจักรยานทุกคันล้วนได้รับการประกอบขึ้นตามมาตรฐานที่กำหนดไว้

 

“ผลิตภัณฑ์ของเรา”

จักรยาน POLYGON รุ่นที่โดดเด่นคือรุ่น Collosus DH และ Collosus N&T โดย Collosus DH เป็น “จักรยานเจ้าแห่งชัยชนะทางลาดลงจากเขา” ที่ได้รับการทดสอบและพิสูจน์แล้วในหลายสนามสำคัญของการแข่งขัน UCI World Cup Downhill โดยได้รับชัยชนะระดับโลกหลายรายการ อาทิ สมาชิกทีม POLYGON UR Team  - Sik Mik Hannah และ Tracey Hannah ด้วย Collosus DH9 รุ่นใหม่นี้, Kurt Sorge หนึ่งในนักปั่นชื่อดังของโลก ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน RedBull Rampage ปี 2015, เรายังคงพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ POLYGON ก้าวไปสู่ระดับโลกและรองรับการแข่งขันทั่วโลกได้ด้วยรุ่น Collosus N9 จักรยานที่ได้รับการออกแบบมาในระดับโลกนี้มาพร้อมกับระบบ “ลอยตัว” ที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ POLYGON ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการปั่นในระยะทางไกล มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ Collosus N9 สร้างสรรค์ขึ้นโดยใช้เทคนิคการผลิตแบบใหม่ที่มุ่งหมายให้จักรยานนี้มีรูปลักษณ์และสัมผัสที่ไม่เหมือนจักรยานอื่นๆ

Collosus N9 มีระบบ anti-squad และ minimized pedaling kickback ลดแรงสะท้อนการปั่นบันไดซึ่งระบบนี้จะช่วยลดการบาดเจ็บของนักปั่นได้อย่างดีในขณะที่ปั่นทางขรุขระ, Jamie Nicoll นักปั่น Enduro ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในปี 2015 เลือกใช้ Collosus N9 ซึ่งเป็นจักรยานที่นิตยสาร  World of  MTB Magazine Germany เลือกให้เป็นจักรยานที่ดีที่สุด และJamie Nicoll ได้ ขึ้นโพเดี่ยม คว้าอันดับ1 ในรายการแข่งขัน Enduro World Series อีกด้วย

 

“ปณิธานของเรา”

จักรยาน POLYGON มีพันธกิจและอุทิศตนเพื่อสร้างสรรค์จักรยานที่จะจุดประกายแห่งจินตนาการของนักปั่นทั่วโลกได้ ไม่ว่าคุณจะโปรดปรานการขี่รูปแบบใดหรือเป้าหมายของคุณในฐานะนักปั่นจะเป็นเช่นไร POLYGON ก็มีจักรยานคุณภาพสูงมากมายที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยให้คุณเลือกสรรได้ หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจักรยาน POLYGON คุณสามารถเข้าชมได้โดยตรงที่ www.polygonbikes.com หรือ http://piriya-international.com/product.php?id=72

จักรยาน POLYGON มีพร้อมบริการให้ลูกค้า/นักปั่นที่สนใจได้เลือกซื้อผ่านทางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของเราทั่วประเทศ

ซึ่งสามารถเข้าชมได้ที่ http://piriya-international.com/dealer.php

 

 
+

Fizi:k Aliante: made for Bull

วันนี้ขอเล่าถึงเรื่องราวของเบาะ fizi:k Aliante: made for Bull ถูกคิดขึ้นตามแนวคิด ของกระดูกสันหลังของกระทิง เปิดตัวครั้งเเรกเมื่อปี 1999 กว่า 16 ปีที่อยู่ในสายการผลิตต้องบอกตามตรงว่า Aliante เป็นเบาะหน้าตาไม่สวยเอาซะเลย อ้วน หนา หนัก กว่าเบาะรุ่นอื่นๆ ใส่กับรถจักรยานเเล้วไม่สวย เเต่เพราะเหตใด fizi:k Aliante: made for Bull เพราะว่าเทคโนโลยีที่ Twin Flex นั่งสบายจนนักปั่นระดับโปรทัวร์เเละนักปั่นหลายๆคนชื่นชอบเลือกใช้มายาวนาน

 

New fizi:k Aliante: made for Bull

การเปลี่ยนเเปลงครั้งยิ่งใหญ่ fizi:k คิดว่าถึงเวลาเเล้วที่ต้องเปลี่ยนเเปลง Aliante ใหม่ทั้งหมดทั้งวัสดุที่ใช้ เเละหน้าตารูปทรง ส่งผลให้เบาขึ้นสวยขึ้นบางมากขึ้นเเต่ยังคงหลังเเนวคิดเดิม https://www.youtube.com/watch?v=CZOY7Co8X7s

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มที่ร้านตัวเเทนจำหน่ายทั่วประเทศ

+