EN TH

NEWS

SURLY TOURING TRIP #12 ไสว่า สิไปถีบกัน is coming soon...

“ฮักกันมาแต่โดนแล้ว บ่มีวี่มีแววเปลี่ยนแปลงไป” เปิดทริป #12 กันแบบไม่ให้ทันตั้งตัวนะคะ หนีร้อน ไปนอนทะเลกันแบบชาวฮิปในทริปที่แล้ว ทริปนี้ขอหักมุม เปลี่ยนรสชาต จากทริปคุณหนูสู่ชาวแคมป์หน้าฝน กันอีกครั้ง 
Surly #12 ขอนำชาว Surly ที่สนใจทุกท่าน ออกเดินทางไกลไปสัมผัสบรรยากาศของไอฝนบนที่ราบสูง เมืองขอนแก่น เมืองแห่งเสียงแคนดอกคูน หนึ่งในมนต์เสน่ห์เมืองอิสานที่อยากจะเชิญชวนให้นักปั่นทุกท่านได้สัมผัสอีกแง่มุมที่เชื่อว่าหลายคนยังเข้าไม่ถึง มองข้ามความเจริญระดับหัวเมืองอีสาน แล้วเข้าไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำพอง ผืนป่าที่เป็นไหลรวม ของน้ำพองและเขื่อนอุบลรัตน์ เป็นอีกหนึ่งผืนป่าที่น่าค้นหาช่วงหน้าฝนอีกแห่งนึง และเป็นจุดที่ไม่ห่างจากตัวเมืองมากนัก เดินทางออกจาตัวเมืองขอนแก่น มาทางอำเภอบ้านฝาง ประมาณ 40 กม. ก็เข้าสู่ดินแดนที่เราจะไปสนุกสนานกันครั้งนี้

ทริปคนน่าฮัก ปั่นรถถีบ เริ่มต้นกิจกรรมกันที่ สวนรุกขชาติ น้ำพอง (โสกแต้) ซึ่งจะเป็นจุดพักค้างคืนแบบแคมปิ้งที่นี่เช่นกัน เริ่มปั่นชมเส้นทางป่าที่ราบสูง ลัดเลาะ ทิวเขา และเส้นทางรอบเขื่อนอุบลรัตน์ แล้วไปสูดอากาศ จุดไฮไลต์ชมวิวแบบพาโนราม่า ของหนองน้ำปลายเขื่อนอุบลรัตน์ บนที่ราบสูง ณ จุดชมวิว หินช้างสี แล้วปั่นกลับมาสูดอากาศธรรมชาติ ณ จุดเริ่มต้น สวนรุกขชาติ น้ำพอง (โสกแต้) เตรียมพร้อมกับที่พักสไตล์แคมปิ้ง (เตนท์) ที่ชาวทริปเตรียมพร้อมกันมาครั้งนี้ ส่งท้ายบรรยากาศยามค่ำคืน ด้วยเรื่องเล่าหน้าเตนท์ เล่นกิจกรรม สังสรร สรวลเส แล้วนอนนับดาว เคร้าเสียงกรน
และที่ขาดไม่ได้สำหรับ ชาว Surly ที่คราวนี้บุกกันมาถึงป่าแล้ว เราจะร่วมกันทำกิจกรรม “ปลูกป่า” ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้กับอุทยานน้ำพอง ส่งท้ายทริปป่าหน้าฝน ครั้งนี้ด้วยความประทับใจอีกครั้ง

Surly Touring Trip ครั้งที่ 12 วันที่ 27-28 ส.ค. นี้ มีเส้นทางปั่นระยะทางประมาณ 60 กม. ครบทุกรสชาต ทางเรียบ ทางเนิน ทางฝุ่น เส้นทางไม่ยากเหมาะสมสำหรับนักปั่นทุกประเภท สัมผัสอรรถรสคนทัวร์ริ่ง ด้วยการพักแรมสไตล์แคมปิ้ง ที่เตนท์ เครื่องนอนและอุปกรณ์ยังชีพต่างๆ ต้องจัดเตรียมกันไปเต็มที่ โดยเฉพาะอุปกรณ์กันฝนที่คาดว่าทริปนี้เราจะชุ่มฉ่ำกับสายฝนและผืนป่ากันแบบเต็มที่ ทางทีมงาน Surly เตรียมพร้อมให้บริการอาหารเครื่องดื่ม ตลอดการเดินทาง เหมือนเช่นเคย

ทริป Surly #12 ไสว่า สิไปถีบกัน จัดขึ้น วันที่ 27-28 ส.ค. 59 
- ระดับความโหด ของทริป 6/10 Adventure Camping- 
- เส้นทาง สวนรุกขชาติ ลุ่มน้ำพอง (โสกแต้) – เส้นทางปั่นรอบเขื่อนอุบลรัตน์ – สวนรุกขชาติ ลุ่มน้ำพอง (โสกแต้)
- ระยะทางตลอดทริปประมาณ 60 กม. สภาพเส้นทาง ลาดยาง 90% ลูกรัง ฝุ่น 10% 
- สถานที่พัก สวนรุกขชาติ ลุ่มน้ำพอง (โสกแต้)
- เตรียมพร้อมอุปกรณ์กันฝนกันด้วยนะคะ เสื้อกันฝน , กระเป๋ากันน้ำ, เตนท์หน้าฝน, ฟลายชีท ฯลฯ
- พักค้างคืน รูปแบบเตนท์ นักปั่นทุกท่าน ต้องนำไปเอง
นักปั่นทุกท่าน จะได้รับ
- เสื้อที่ระลึก ประจำทริป 12
- อาหาร เครื่องดื่ม ตลอดทริป
- ประกันอุบัติเหตุ
- สิทธิในการร่วมเล่นเกมส์ รับรางวัล กิจกรรม
สามารถลงทะเบียนได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคะ
- Email : info@piriya-international.com
- Tel : 02-5150179 # 16 
- Tel : 02-5150179 # 13 
กรุณาติดต่อเวลาทำการ 9.00-18.00 น. 

 

ค่าใช้จ่าย
- ผู้ร่วมทริป 350 บาท/ท่าน 
- ผู้ติดตาม 600 บาท/ท่าน
สมัครร่วมทริป Surly #12 ติดต่อทีมงาน โทร. 02-515-0179 ต่อ 13 
ชำระเงินโดยการโอนเข้าบัญชี
บริษัท พิริยะ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ธนาคารไทยพาณิชย์
เลขบัญชี 253-204556-0 สาขาย่อยลาดพร้าว 71
***ส่งหลักฐานการชำระเงินที่เบอร์
Fax : 02-5150102 หรือสแกนส่งกลับที่
Mail : info@piriya-international.com
*** สงวนสิทธิ์ท่านที่ใช้จักรยาน Surly เท่านั้นค่ะ!!! ***

+

หลวงพระบาง ม่วนซื่น 7-9 ตุลาคมนี้

เปิดทริปแล้ว !!!
Surly 12 ¾ หลวงพระบาง ม่วนซื่น

ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ไปกว่าการได้ปั่นจักรยานต่างแดนกับเพื่อนที่รู้ใจ ทริป Surly ครั้งล่าสุดก็ขอเปิดประสบการณ์ปั่นต่างแดน ละแวก AEC กับเมืองมรดกโลกชวนน่าหลงใหล “หลวงพระบาง”

“หลวงพระบาง” เมืองมรดกโลกที่มีมนต์เสน่ห์ เย้ายวนชวนให้น่าค้นหา ทั้งสถาปัตยกรรมเก่าสไตล์โคโลเนียนจากอาณาจักรลานช้าง และรอยยิ้ม มิตรไมตรีของชาวลาว ลุ่มน้ำคานตัดลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะ ในห้วงเวลาปลายฝนต้นหนาว ไอเย็นและความชุ่มฉ่ำของกลิ่นดินช่วงปลายฝน ยิ่งเชิญชวนและเหมาะที่ชาว Surly Bike Club ของเราจะได้เวลาไปสัมผัสธรรมชาติต่างแดนกันอย่าง “ม่วนซื่น”

ทริปนี้เป็นทริปพิเศษที่ทาง Surly bike club Thailand จัดขึ้นเพื่อให้สมาชิก surly bike Club ได้ไปเที่ยวรับลมหนาวกันที่หลวงพระบาง เมืองมรดกโลก
ไปสัมผัสทัวร์ริ่งต่างแดนกันแบบเริ่มต้น
ทีมงานจัดทริปให้ได้ไปปั่นเที่ยว พักผ่อน กันแบบหอมปากหอมคอ ไม่ได้ทรหด ดุเดือด แบบ Full Load ปั่นจากชายแดนข้ามเขาเข้าหลวงพระบาง เพราะสายโหดเยี่ยงนั้น สะสมความเหนื่อยล้า ทำให้เราซึมซับบรรยากาศของตัวเมืองหลวงพระบางได้น้อยลง ทริปนี้เราขอนัดเจอข้ามภพ กันไปพร้อมกัน ณ เมืองหลวงพระบางกันเลยทีเดียว ให้ทุกคนออกแบบการเดินทางเสริมรสชาตความสนุกกันได้เต็มที่

เรานัดเจอกันในบ่ายวันศุกร์ กลางเมืองหลวงพระบาง ท่ามกลางอากาศสบายๆ ปั่นเบาๆ เข้าวัด ชมวัง ในครึ่งวันบ่าย ขึ้นพระธาตุภูษี ชมวิวมุมสูงของหลวงพระบาง และชมพระอาทิตย์ตกกลางน้ำโขง ลงมาช็อปของตลาดมืดก่อนเข้าที่พัก
เช้าวันเสาร์ รวมตัวชาว Surly Bike Club พร้อมเพรียงกันก่อนที่จะปั่นไปชม น้ำตกกวางสี ผ่านทุ่งนา ป่าเขา ระยะทางไปกลับเพียง 60 กิโลเมตร ที่ไม่โหดสำหรับขาทัวร์ริ่งชาวเราแน่นอน ส่งท้ายด้วยงานเลี้ยงสังสรรค์ให้ผ่อนคลายกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะเดินทางกลับกันในวันรุ่งขึ้น

ทริป Surly #12 ¾ หลวงพระบาง ม่วนซื่น จัดขึ้น วันที่ 7-9 ต.ค. 59
- ระดับความโหด ของทริป 5/10
- เส้นทาง ปั่นท่องเที่ยว เมืองหลวงพระบาง และ หลวงพระบาง – น้ำตกกวางสี
- ระยะทางตลอดทริปประมาณ 80 กม. สภาพเส้นทาง ลาดยาง 100%
- สถานที่พัก MyLaoHome Guesthouse

ค่าที่พัก MyLaoHome (2 คืน)
มีให้เลือกตั้งแต่ 2,500. – 3,850.-
1 ห้อง พักได้ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า
จองห้องที่พัก ติดต่อทีมงานพร้อมลงสมัครทริปได้เลย

นักปั่นทุกท่าน จะได้รับ
- เสื้อที่ระลึก ประจำทริป 2 ตัว
- อาหารเย็น วันเสาร์ที่ 8 ต.ค 59
- ประกันอุบัติเหตุ
- สิทธิในการร่วมเล่นเกมส์ รับรางวัล กิจกรรม

ค่าใช้จ่ายร่วมทริป
- ผู้ร่วมทริป 1,200 บาท/ท่าน
- ผู้ติดตาม 2,000 บาท/ท่าน

การเดินทาง
เนื่องจากเป็นทริป AEC เดินทางต่างประเทศ
ค่าใช้จ่าย แปรผันตามรูปแบบการเดินทาง
และ เมืองหลวงพระบาง สามารถเดินทางได้รูปแบบหลากหลาย
ปั่นข้ามแดน, นั่งรถทัวร์, ล่องเรือ หรือ จองเครื่องบิน
เราจึงขอนัดหมาย พบเจอกัน ณ จุดนัด ที่เมืองหลวงพระบาง ณ วันที่ 7 ต.ค. 59
พร้อมเพียงกันทีเดียว

สำหรับการเดินทางด้วยเครื่องบิน
AirAsia
มีออกเดินทางทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน
ออกจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) เวลา 14.10 ถึงหลวงพระบางเวลา 15.30
ขากลับประเทศไทย ออกจากหลวงพระบาง เวลา 16.45 ถึงเมืองไทย เวลา 18.05
หรือ สายการบิน Bangkok Airway
มีเดินทางวันละ 2 เที่ยวบิน
เที่ยวบิน PG 941 .... ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 10.05 น ถึงหลวงพระบางเวลา 12.05 น.
เที่ยวบิน PG942 ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 14.45 ถึงหลวงพระบาง เวลา 16.45 น.
ขากลับประเทศไทย
เที่ยวบิน PG945 ออกจากสนามบินหลวงพระบาง เวลา 12.45 ถึงเมืองไทย เวลา 14.50 น.
เที่ยวบิน PG 946 ออกจากสนามบินหลวงพระบาง เวลา 17.25 น ถึงเมืองไทย เวลา 19.25 น.

สมัครร่วมทริป Surly #12 ¾ ติดต่อทีมงาน โทร. 02-515-0179 ต่อ 13
ชำระเงินโดยการโอนเข้าบัญชี
บริษัท พิริยะ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ธนาคารไทยพาณิชย์
เลขบัญชี 253-204556-0 สาขาย่อยลาดพร้าว 71
***ส่งหลักฐานการชำระเงินที่
Mail : info@piriya-international.com


*** สงวนสิทธิ์ท่านที่ใช้จักรยาน Surly เท่านั้นค่ะ!!! ***

+

REVIEW

BROOKS CAMBIUM FAMMILY

BROOKS CAMBIUM FAMMILY 

วันนี้มาแนะนำ BROOKS CAMBIUM แนวคิดใหม่จากบรู๊คส์โดย John Boultbee Brooks 
ผู้ก่อตั้งบริษัท บรู๊คส์ แต่พับเก็บโปรเจ็คนี้เอาใว้ และเมื่อบรู๊คส์ ย้ายเข้ามาอยู่ในเครือ Salle Royal Group 
ได้มีการนำโปรเจ็คนี้มาทำอีกครั้งเมื่อปี 2013 โดยเริ่ม ผลิตเบาะ CAMBIUM รุ่นแรกชื่อว่ารุ่น "C17" 
เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบรู๊คส์ ทั้งเรื่องเบาะและภาพลักษ์ 


แนวคิดเรื่องเบาะ CAMBIUM มาจากการการเลือกหาวัสดุที่มาใช้ทดแทนหนัง ซึ่งนับว่ายิ่งน้อยลง ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดจักรยาน ที่กำลังเติบโตขึ้นทั่วโลกและข้อจำกัดในการใช้งาน เลือกวัสดุจากยางจากธรรมชาติ 
(ยางพารา จากภาคใต้ ของประเทศไทย) และใยฝ้ายทอเป็นผืน อัดขึ้นรูปผ่านความร้อน 
มีทั้งหมด 2 เลเยอร์ ประกอบเข้ากับรางเบาะวัสดุ K:IUM และยืดกันด้วยหมุดอลูมิเนียม 
คงความเป็นเอกลักษณ์ความเป็น บรุ๊คส์ที่มีมากว่า 150 ปี 
จากทั้งหมดนี้เบาะ CAMBIUM ให้อารมณ์ความรู้สึกไม่แตกต่างไปจากหนัง 
แต่มีข้อดีในหลายๆด้าน ดังนี้ 
1.นุ่นเลยไม่ต้องรอ 
2. ทนทานแข็งแรง 
3.กันน้ำ 

จากคุณคุณสมบัติดังกล่าวทำให้ CAMBIUM สร้างความฮือฮาให้กับแฟนคลับบรุ๊คส์ได้พอสมควร
ต่างต้องรีบหามาลองในล๊อตแรกๆของการผลิต 

+

BROOKS CAMBIUM C13

BROOKS CAMBIUM C13
“Test on Cobbles Paris Roubaix in the Arenberg”

BROOKS CAMBIUM C13 ความท้าทายใหม่ของบรู๊ค

แนวคิดเบาะ CAMBIUM มีมานานกว่า ทศวรรษแนวคิดที่ว่าการทำเบาะจักรยานที่ ทนทาน นั่งสบาย และให้ความรู้สึกเหมือนหนังแท้ โดยการใช้แทนวัสดุจากหนังวัว

BROOKS CAMBIUM C13 จากการพัฒนาส่งต่อจากรุ่น 17 และ 15 เปลี่ยนโครงสร้างตัวรางใหม่หมด รูปทรงเปลี่ยนไปจากเดิม CAMBIUM C13 ออกแบบมาเพื่อการใช้งานของจักรยานเสือหมอบโดยเฉพาะ ตัวเบาะผลิตจากวัสดุ vulcanised natural rubber and organic cotton รางเบาะผลิตจากคาร์บอน HM MADE IN ITALY

โดยคาแรคเตอร์ของ C13 เป็นเบาะที่ให้ความสบายเป็นอย่างมาก 
กระชับ ทนทานเเข็งเเรง ยืดหยุ่นตัวได้เยอะ น้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่ BROOKS เคยทำมา 
สัมผัสความนุ่นและเบาสบาย ของ BROOKS CAMBIUM C13 ได้แล้วที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 

 

+

BROOKS

BROOKS ENGLAND THE BEST FOR RIDING

ระยะเวลากว่า 150 ปีของ บรูคส์ กับการผลิตอุปกรณ์และสินค้าที่เกี่ยวกับจักรยาน ระยะเวลาเปลี่ยนไป อะไรก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แล้วคุณจะมอง บรูคส์ เปลี่ยนไปนับแต่จากนี้ 


วันนี้มีสินค้าใหม่มารีวิว : RUBBER Weatherproof Padded Tape จะมาบอกถึงความนิ่ม และความนึบ กันน้ำ ทนทานทุกสภาพถนน และคงความเป็นวินเทจ อยู่นิดๆดูแปลกตา 
• วัสดุ ผลิตจากเนื้อยางพารา เนื้อยางมันหนับมาก ต้องลองสัมผัสเอง 
• ความหนา 3 mm. พันบนแฮนด์แล้วกระชับมือพอดี มาพร้อมกับปลั๊กอุด 
• Weatherproof PU coating กันน้ำ 100% ไม่ต้องกลัวเปียก เช้ดล้างทำความสะอาดง่าย
• มีสี BALCK และ NATURAL

+

SELLE ROYAL SCIENTIA “เทคโนโลยีบนเบาะจักรยาน”

SELLE ROYAL ร่วมลงทุนวิจัยกับ มหาวิทยาลัยโคโลญจน์ ประเทศเยอมัน German Sport University Cologne เป็นมหาวิทยาลัยใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในยุโรป วิจัยและออกแบบเบาะจักรยาน ใช้หลายทฤษฎีและหลายข้อมูล ผลคือ SCIENTIA กับเบาะถึง 9 แบบ และวิธีการเลือกใช้งานของแต่ละบุคคล ให้ได้ผลดีที่สุด

 

SCIENTIA เป้าหมายของการทดสอบคือศึกษา รูปทรง รูปแบบ ของบุคล วิเคราะห์หาเบาะที่ใช้ได้ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

การวิจัยครั้งนี้ใช้ เซ็นเซอร์จับตำแหน่งการนั่งถึง 64 จุด บนอานจักรยาน โดยกลุ่มเป้าหมายของมุ่งไปถึงคนทั่วไป โดย 9 แบบของ SCIENTIA วิธีการเลือกผ่านการทดสอบกับเครื่องมือของทาง SELLE ROYAL โดยเฉพาะ ผลจากการทดสอบ  ได้ค่าเฉลี่ยของกระดูก Sit Bones ทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้ค่าดังนี้

ผู้หญิง มีกระดูก Sit Bones เฉลี่ย 13.04cm

ผู้ชาย มีกระดูก Sit Bones เฉลี่ย 11.50 cm.

เมื่อนำมาบวกกับขนาดของความกว้างกระดูก Sit Bones และจะได้เบาะที่แม่นยำและปั่นสบาย

 

วัสดุและเทคโนโลยีในการผลิตเบาะก็ถือว่าใหม่สำหรับเบาะจักรยาน

ROYAL GEL : เจลชนิดพิเศษลิขสิทธิ์ของ SELLE ROYAL มีลักษณะนุ่มไม่คืนตัวได้ดี

3D SKIN GEL : ทำให้ตัวเนื้อผิวของเบาะ ลักษณะนุ่ม ทนแรงเสียดสีได้ดี

CENTRAL RESERVOIR : SELLE ROYAL นั่งสบายไม่จำเป็นต้องมีรู จากการวันจุดกดทับ

REAR PLATEAU : การติดตั้งตัวเบาะ ปลายเบาะจะก้มเล็กน้อย

CURVA SUSPENSION : โครงสร้างแบบใหม่ของเบาะ SELLE ROYAL ทำให้ยืดหยุ่นตัวได้มาก รับแรงกระแทกได้ดี

+

น้องฝน น้องสาวที่น่ารักของ สโมสร พิริยะ อินเตอร์ ไซคลิ่ง ทีม

ชื่อ-นามสกุล : นางสาว  ณัฏฐาพร เวชศิลป์

ชื่อเล่น : ฝน

อายุ : 23 ปี

บทสัมภาษณ์ จากเชฟสาวสู่นักปั่นจักรยาน

“แต่ก่อนฝนเคยทำงาน Cooking อยู่ในครัว แต่ตอนนี้ทำเกี่ยวกับ คอร์ส เมนู อยู่เบื้องหลัง  ทำงาน จันทร์ – ศุกร์ พอเสาร์-อาทิตย์ ก็จะไปปั่นออกทริปต่างจังหวัด อย่างตอนเย็นถ้าช่วงไหนต้องซ้อม กลับมาฝนก็จะขึ้นเทรนเนอร์ ประมาณ 1 ชั่วโมง ที่บ้าน มันเป็นสิ่งที่เรารัก เราอยากทำ ทำแล้วสนุก”

 

“ส่วนแรงบันดาลใจที่ทำให้เริ่มปั่นจักรยาน เริ่มมาจากช่วงที่ฝนฝึกงาน พอทำงานด้วยเรียนด้วย ก็เครียดจึงคิดว่าต้องหาอะไรทำ เงินเดือนออกเดือนแรกเราเอาไปซื้อจักรยานเลย เป็นจักรยานพับ แต่พอปั่นได้อาทิตย์หนึ่งไม่ชอบ เพราะตัวที่ฝนซื้อเพิ่มความเร็วไม่ได้และก็หนักด้วยเลยไปซื้อจักรยานใหม่เป็นฟิกเกียร ปั่นได้สองอาทิตย์ก็รู้สึกว่าไม่ใช่อีก แล้วดูอันตรายสำหรับเรา เลยหันมาลองเสือหมอบติดใจปั่นมาตลอดจนทุกวันนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วยนะ ต้องลองหลายๆ แบบว่าเราเหมาะกับแบบไหน” 

 

“เคยมีเพื่อนสมัยเรียนมาถาม เฮ้ย!! จะดำไหม๊ ขาจะใหญ่มั้ย มันก็ดำลงนะ แต่มันมีอุปกรณ์ป้องกันอย่างการทาครีมกันแดดก่อนปั่น การใส่ผ้าคลุมหน้า ปอกแขน ปอกขา ส่วนขาจะใหญ่ไหม๊ อยู่ที่สไตล์การปั่นของแต่ละคน แต่จริงๆถ้าเราติดใจการปั่นแล้ว มันจะมองข้ามเรื่องเหล่านี้ไปเลย และอันดับแรกคือการเลือกจักรยาน ก่อนที่เราจะซื้อเราควรจะศึกษาข้อมูลดีๆ มันมีปัจจัยหลายอย่าง ทั้งเรื่องวัสดุอุปกรณ์ ราคา และต้องลองฟิตติ้งเพราะปกติผู้หญิงมักจะเลือกซื้อที่ถูกใจไว้ก่อนแต่บางทีมันไม่เหมาะกับสรีระ ไซส์หรือสไตล์การขี่ของเรา ต้องถามตัวเองก่อนว่าชอบขี่แบบไหน วัสดุไหนเหมาะกับเรา หาข้อมูลเยอะๆ  หรืออาจจะลองจักรยานหลายๆแบบดู   ช่วงแรกมันอาจจะเหนื่อยหน่อยแต่รับรองสิ่งที่ได้กลับมามันคุ้มค่ามาก”

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก fit4funrelax 

 

+

ปูนิ่ม นักปั่นสาวสวยสุดเซ็กซี่ เจ้าของตำแหน่ง “Archangel Rider 2015”

ชื่อ-นามสกุล : ธานัท วัชระอภิญา

ชื่อเล่น : ปูนิ่ม 

จักรยานคู่กาย : Basso Dimante

 

บทสัมภาษณ์ จุดเริ่มต้นจริงๆ แล้วปูนิ่มอยากจะหันมาออกกำลังกายให้มากชึ้นเพราะเราเป็นคนร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้วด้วย สุขภาพไม่ค่อยดีก็เลยอยากลองหากีฬาสักอย่างที่มันเหมาะกับตัวเองเราก็เลยเลือกที่จะมาปั่นจักรยาน แล้วก็เริ่มปั่นตั้งแต่ตอนนั้นเลยค่ะรวมระยะเวลาแล้ว ตอนนี้ก็ปั่นมาได้ปีนิดๆ แล้วค่ะ

 

แรงบันดาลใจในการปั่น ปูนิ่มคิดว่า กีฬาอย่างอื่นมันก็อาจจะอยู่แค่ในห้องเล็กๆได้เห็นแค่มุมมองเล็กๆ แต่จักรยานมันก็พาเราไปได้หลายๆที่

ที่รถยนต์อาจจะเข้าไปไม่ถึง ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้เราอย่างเช่นที่ บางกระเจ้า ตรงบางนา คือไม่น่าเชื่อว่าจะมีที่แบบนี้อยู่ที่กรุงเทพฯ เลยนะค่ะมันจะเป็นชุมชนคล้ายๆ ที่อัมพวา มีก็จะมีเล่นจักรยานแคบๆ ให้พวกเราได้ปั่นกันมันสวยมากเลยนะ ไม่คิดว่าจะมีที่แบบนี้อยู่กรุงเทพฯ เลยนะ

 

ได้อะไรบ้างจากการออกกำลังกาย แน่นอนเลยคือเรื่องสุขภาพค่ะเปลี่ยนแปลงมากเลย สำหรับตัวปูนิ่มเองนะ เพราะแต่ก่อนปูนิ่มจะเป็นเด็กเนิร์ดๆเป็นคนขี้โรคด้วย โดนอะไรนิดๆ หน่อยๆ แปปเดียวเราก็ป่วยแล้วคงเป้นเพราะเมื่อก่อนเราที่ไม่ชอบออกกำลังกายเลยแต่พอมาได้ปั่นจักรยานแล้วเนี่ย มันก็เลยทำให้เราแข็งแรงขึ้นสุขภาพดีขึ้นกว่าเดิมมากๆ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก RUSH#69 May

สามรถติดตามปุนิ่มได้ที่  www.facebook.com/Tanat Watcharaapiya

+

น้าอ๊อด ตราดไบค์ กับรถจักรยานคู่ใจ POLYGON

ชื่อ นายศุภชัย น้อยชัยพฤกษ์ 

ชื่อเล่น อ๊อด

ชื่อในวงการ น้าอ๊อด อ๊อดตราด 

เกิด 16 กค. 2519

อยู่ในวงการ การปั่นจักรยานมานานร่วม 17 ปีเต็ม

ผลงานที่ผ่านมา 

- แชมปถ้วยพระราชทานจอมบึงเสือภูเขา ปี 2551

แชมป์ถ้วยพระราชทานกาฬสินธุ์ เมาเท่นไบค์แชมเปี้ยนชิพ ปี 2551

- รองแชมป์ประเทศไทยอันดับสาม ปี 2555

- แชมป์ถ้วยพระราชทานพัทยาเมาเท่นไบค์ชาเลนจ์ ปี 2556

- รองแชมป์ประเทศไทยอันดับสี่ ปี 2556

- รองแชมป์ประเทศไทยอันดับสาม ปี 2557

- รองแชมป์ประเทศไทยอันดับสี่ ปี 2558

รางวัลที่น้าอ๊อดภูมิใจ แชมป์รายการเขาอีโต้คราสสิค 2556 2557 2558 สามปีซ้อน 

นี่เป็นเพียงรางวัลส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ สามารถชมผลงานของน้าอ๊อดได้ที่ www.facebook.com/aodtrat

+

Fulcrum Racing Quattro Carbon wheelset

บริษัท Fulcrum Wheels อยู่ภายใต้บริษัทแม่ Campagnolo. The Italian company เกิดขึ้นจากสงครามชุดขับเคลื่อนระหว่าง Shimano versus Campagnolo ในยุคนั้น โดย Campagnolo. เลงเห็นว่าผู้ใช้ชุดขับเคลื่อนของ Shimano มากกว่า Campagnolo ครั้นจะเปลี่ยนโม่ก็ไม่ใช่แนว ผู้ดีหนุ่ม Italian เลยเกิดความคิดตั้งบริษัท สำหรับวิจัยและผลิตล้อจักรยานที่ดีอันอันต้นๆของโลก ทุ่มทุนวิจัย มุ่งมั่นผลิตล้อเพียงอย่างเดียว เมื่อปี 2004 มุ่งไปยังกลุ่มลูกค้าที่ใช้ชุดขับเคลื่อน Shimano และ Sram ทั้งล้อ MTB , ROAD BIKE เทคโนโลยีของล้อ Fulcrum ก้าวนำอยู่หนึ่งก้าวเสมอ ความคล้ายคลึงตัวตัวสินค้าไม่ได้บอกถึง คุณภาพที่มองไม่เห็น
วันนี้หยิบบทความดีๆ รีวิวล้อ Fulcrum Racing Quattro Carbon wheelset ในช่วงปีที่ผ่านมากระแสของล้อขอบอ้วน มาแรงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการเบรก การเกาะถนนของยาง การเข้าโค้ง
ก่อนการปั่น 
Fulcrum Racing Quattro Carbon wheelset คือล้อความสูงระดับกลาง 40mm ขอบนอกกว้าง 24 mm ขอบในกว้าง 17mm รองรับยางขนาดตั้งแต่ 25 – 35 mm คาร์บอนผลิตใน โรงงาน Italy จาก คาร์บอนไฟเบอร์ 3K สำหรับขอบเบรก คาร์บอน UD สำหรับบอดี้ล้อ มีการวางเนื้อคาร์บอนไปในทิศทางเดียวกันเพิ่มความแรงและความเงางาม น้ำหนัก 1,497g (หน้า, 666g; หลัง, 831g) น้ำหนักที่เบาไม่ให้ทำให้ความแข็งแรงของตัวล้อศุนย์เสียไป ขอบล้อออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้เกิดแรงต้านน้อยที่สุด การเบรกกับการใช้เทคโนโลยี " 3Diamant "ที่มีอยู่เดิมในล้อตัวท็อปๆ ทำให้เบรคได้เรียบลื่น เบรกมั่นคง หยุดได้ระยะสั้น ใช้คู่กับผ้าเบรกที่มีมาให้ด้วย เพื่อประสิทธิภาพในการเบรคสูงสุด
Quattro Carbon ล้อหน้ามีซี่ลวด 18 เส้น ล้อหลัง 21 เส้น straight-pull stainless steel spokes alloy nipples ขึ้นล้อหลังแบบ 2:1
Quattro Carbon ตัวแกนดุมล้อมีขนาดใหญ่ พิเศษ Oversized hollow alloy axles วิ่งอยู่บน cartridge bearings. (ลูกปืนตลับ) ซึ่งรับน้ำหนักและแรงกดได้มาก ระบบปิดกันน้ำและฝุ่นได้แนบสนิท ลดการสึกหรอและการบำรุงรักษา
Quattro Carbon ขอบล้อไม่จำเป็นต้องติดตั้งเทปพันแฮนด์ เพราะขอบล้อไม่ได้เจาะทะลุ เพิ่มความแข็งแรงขึ้นไปอีก
หลังปั่น
ผู้ทดสอบให้ความเห็นว่า Quattro Carbon ให้การตอบสนองต่อการกดลูกบันใดได้ดี อย่างน่าพึงพอใจ ทั้งในทางราบและทางชัน แม้ในสภาพแรงดันลมต่ำ 80 psi

+

FULCRUM Racing Zero Nite : ล้อเสือหมอบ สำหรับอัศวินแห่งรัตติกาล

Fulcrum Racing Zero Nite

น้องใหม่จาก Fulcrum 2015 
พัฒนาขอบล้อ ด้วยเทคโนโลยี Plasma Electrolyte Oxidation
เปลี่ยนจากวัสดุเงินเงา เป็นขอบดำด้านที่นอกจากเสริมความดุดันของล้อเสือหมอบตัวเก่ง
ยังเพิ่มประสิทธิภาพหน้าสัมผัสให้ขอบล้อเบรกได้ดีขึ้น ในช่วงที่ใช้ความเร็ว ไม่ต้องห่วงเรื่องความร้อนขณะเบรกยาวๆ อีกต่อไป


Fulcrum Racing Zero Nite 
ยังอัพเกรดเรื่องน้ำหนัก 
เรื่องวัสดุของโม่ (รองรับ 11 สปีด) เป็นวัสดุตัวใหม่ รีดน้ำหนักได้เบาลงกว่าเดิมอย่างน่าทึ่ง
เหลือน้ำหนัก ทั้งคู่เพียง 1,428 กรัม

Fulcrum Racing Zero Nite 2015
มาครบแบบจัดเต็ม
- ถุงใส่ล้อ Fulcurm Italian Red Version
- ผ้าเบรคเฉพาะ สำหรับ Racing Zero Nite
- อุปกรณ์ต่างๆ (ชุดแม่เหล็ก Speed Sensor, อุปกรณ์ปรับตั้งซี่ ฯลฯ)


** โปรดสังเกตสติกเกอร์รับประกันจากบริษัทฯ
*** บริษัทขอสงวนสิทธิ์ให้บริการรับประกันเฉพาะสินค้าที่มีสติกเกอร์รับประกันเท่านั้น

+

MET หมวกกันน็อค ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อชีวิตการปั่นที่สนุกมากยิ่งขึ้น

MET : One Brain Use It!!!

MET หมวกกันน็อคคุณภาพชื่อดัง จากเมืองทาลาโมน่า ประเทศอิตาลี

 

หมวกกันน็อค MET ไม่ได้โดดเด่นแค่ดีไซน์และรูปทรง
แต่ยังมุ่งเน้นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย
ที่กล้ายืนยันจากการผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากหลายประเทศทั่วโลก

 

มาตรฐานความปลอดภัยที่ หมวกกันน็อค MET ได้รับ
CPSC : North America
CE : Europe
QAS : Australia
JIS : Japan

MET หมวกกันน็อคคุณภาพ จึงไม่ได้เป็นเพียงหมวกกันน็อคที่เน้นดีไซน์สวยงามเพียงอย่างเดียว
แต่ยังห่วงใยผู้บริโภคเน้นมาตรฐานความปลอดภัยทุกใบ ก่อนที่จะถึงมือนักปั่นทุกท่าน

และ Met ไม่ใช่เป็นแค่เพียง หมวกกันน็อค ธรรมดา
แต่ Met เน้นทุกรูปแบบการดีไซน์ คัดสรรวัสดุ เพื่อคุณภาพและความปลอดภัยอย่างเต็มเปี่ยม

 

*** ไม่แนะนำ ให้เลือกใช้หมวกกันน็อคที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย
** เพราะชีวิตคุณมีมูลค่า มากกว่า ราคาที่ต่ำกว่า เพียงเท่านั้น

ร่วมสัมผัสหมวกกันน็อคสุดเฉียบที่โดดเด่นทั้งดีไซน์และมาตรฐานความปลอดภัยได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่าย
หรือสอบถามข้อมูลสินค้า เพิ่มเติม โทร. 02-515-0179

+

Rivale Troop

Rivale Troop
ภาพสวยๆ ของทีมน้องใหม่ Bike & Body
ในงานซ้อม Bangkok Bike Thailand Challenge 
หมวก MET Rivale กันยกทีม 
ยกเว้น ตัวเอส ของทีมกับ Met Manta สีดำ 
พบทีมนี้ แบบเต็มสตรีมได้ในงานวันแข่งนะคะ

ขอบคุณภาพสวยๆ จากเพจ 

Bangkok Bike Thailand Challenge

+

Bridgestone จิตวิญญาณนักแข่ง สำหรับนักปั่นเอเชีย

ดาบซามูไรชั้นดี จากช่างตีมากประสบการณ์

ขึ้นชื่อว่าเป็นสินค้าที่ผลิตโดยชาวญี่ปุ่นแล้ว เมื่อคุณเลือกใช้สินค้าของคนญี่ปุ่น คุณย่อมได้รับสินค้าที่ดีมีคุณภาพเหนือระดับ 
เพราะคนญี่ปุ่นมีมาตรฐานชีวิตสูงมาก สินค้าที่ใช้ต้องมาจากกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ
และต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพอย่างถี่ถ้วนก่อนส่งมอบถึงมือผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้เกิดความมั่นใจว่าใช้แล้วต้องมีความปลอดภัย
นั่นหมายความว่า Bridgestone พร้อมส่งมอบจักรยานที่ดีที่สุดให้กับคุณ
ประดุจดั่งการตีดาบชั้นดีเพื่อมอบให้ซามูไร ถ้าดาบนั้นยังตีได้ไม่คม รูปทรงไม่งดงาม ก็ยังไม่สามารถส่งมอบดาบนั้นให้ซามูไรได้!!

จักรยาน Bridgestone เป็นการร่วมมือกันระหว่างทีมวิศวกรผู้ออกแบบและนักแข่งจักรยานมืออาชีพ 
ซึ่งทีมวิศวกรเข้าใจดีว่านักแข่งจักรยานอาชีพที่เก่งที่สุด ไม่เพียงแต่จะทำการซ้อมทุกๆวันเพื่อพัฒนาทักษะของเขา
แต่เขายังต้องการให้โรงงานพัฒนาศักยภาพของจักรยานที่ผลิตอย่างสุดความสามารถ

ทีมวิศวกรจึงใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์โครงสร้างที่เหมาะสมที่สุดในการวิเคราะห์แรงกดบนเฟรมจากพื้นฐานข้อมูลการปั่นจริงของนักกีฬา 
การตรวจสอบความแข็งแรงของส่วนประกอบแต่ละส่วนของเฟรมด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนั้นยังใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์การเคลื่อนไหว
โดยจำลองกระบวนการทำงานของระบบป้องกันการสั่นสะเทือนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง
ซึ่งทำให้ค้นพบโครงสร้างการเชื่อมต่อและตำแหน่งของแกนหมุนที่ดีที่สุด รวมถึงความเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญด้านหลักอากาศพลศาสตร์
ในการทดสอบท่อลมและการออกแบบรูปร่างของเฟรม ซึ่งมีค่าแรงเสียดทานน้อยที่สุด เพื่อให้ได้เฟรมที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด
ตอบสนองการใช้งานผู้ขี่มากที่สุดเท่าที่ขีดความสามารถของเทคโนโลยีการผลิตเฟรม ณ ปัจจุบันจะทำได้

จักรยาน Bridgestone ได้รับการพิสูจน์แล้วจากสนามแข่งระดับโลก
ด้วยองศาและ Geometry ที่ออกแบบมาเพื่อคนเอเชียโดยเฉพาะ ให้ขี่ง่ายและสบาย เวลาขี่ระยะไกล
พิสูจน์เทคโนโลยีอันเป็นความภาคภูมิใจของชาวญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่ร้านตัวแทนจำหน่าย

หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-515-0179

+

Bridgestone EXtenza เทคโนโลยี ทุกคำตอบ ของยางเสือหมอบ

Bridgestone ชื่อที่ทุกคนรู้จักและยอมรับเป็นอย่างดี

จากผลิตภัณฑ์ยางสำหรับรถยนต์ คุณภาพและประสิทธิภาพของยางรถยนต์จากญี่ปุ่นแบรนด์นี้ 
ก้าวข้ามผ่านความมั่นใจ ขึ้นสู่ระดับผู้นำของวงการยางรถยนต์จนเป็นที่ยอมรับและกล่าวขานกันทั่วโลก 
เทคโนโลยี ความมุ่งมั่น และประสิทธิภาพ ถูกส่งถ่ายต่อมายังอุตสาหกรรมวงการจักรยาน 
ทั้งรถจักรยาน แบรนด์ Bridgestone ที่เน้นสมรรถนะ ความปลอดภัย เทคโนโลยี ที่ดีไซน์จักรยานให้เหมาะสมกับสรีระคนเอเชีย
ตลอดจนงานการผลิตที่ยังเน้นความประณีต พิถีพิถัน จากผู้เชี่ยวชาญในโรงงานประเทศญี่ปุ่น 

ฺBridgestone ครองอันดับ 1 แบรนด์ยางรถยนต์มูลค่าสูงสุดในโลก
ข้อมูลจาก Marketeer Magazine

และล่าสุด Bridgestone ส่งต่อเทคโนโลยีและความสำเร็จ มาสู่ ยางจักรยาน เสือหมอบ Bridgestone EXtenza
ยางที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของนักปั่น หลากหลายประเภท 
แบ่งแยกออกเป็นรุ่นย่อยตามความต้องการ จะเป็นนักแข่ง ที่ต้องการยางน้ำหนักเบา ลื่นไหล เกาะโค้งได้ดี 
หรือนักปั่น ที่เน้นออกทริป ต้องการความนุ่มนวล มีวัสดุป้องกันยางรั่ว มีอายุการใช้งาน ทนทาน 
เราภูมิใจที่คำตอบของความต้องการมีพร้อมอยู่ใน Bridgestone EXtenza ที่รอพร้อมโลดแล่นไปกับคุณได้ทุกเส้นทาง


Bridgestone EXtenza RR1X
ยางเสือหมอบเกรดท็อป ระดับแข่งขัน อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่คัดสรรมาสำหรับนักปั่น
-    เนื้อยาง 3 Compound เนื้อยางพื้นฐาน ชั้นแรก เลือกใช้เนื้อยางที่นุ่ม ลดแรงต้าน ทนทานต่อการฉีกขาดของเนื้อยาง 
-    เนื้อยางส่วนกลางด้าน กลางเน้นทนทาน ลื่นไหล ทนทานการฉีกขาด 
-    เนื้อยางด้านข้าง นุ่ม ยึดเกาะโค้งมั่นใจ
-    มีชั้น Kevlar ป้องกันเศษหนาม และยางรั่ว เพิ่มความมั่นใจตลอดเส้นทางการปั่น
-    มีแผ่นชั้น Indicator มองเห็นชัดเจน เมื่อเนื้อยางสึกหรอ แจ้งเตือนให้เปลี่ยนเส้นใหม่เพื่อความปลอดภัย 

 

Bridgestone EXtenza RR1SL
อีกหนึ่งขั้น ของนักแข่งหรือนักปั่นที่ต้องการขีดสุดของสมรรนะและเน้นน้ำหนักเบา เพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน
-    เนื้อยาง Daul Compound เนื้อยางส่วนกลางเน้นทนทาน ลื่นไหล ทนทานการฉีกขาด 
-    เนื้อยางด้านข้าง นุ่ม ยึดเกาะโค้งมั่นใจ
-    มีชั้น Kevlar ป้องกันเศษหนาม และยางรั่ว เพิ่มความมั่นใจตลอดเส้นทางการปั่น
-    น้ำหนัก180 กรัม/เส้น


Bridgestone EXtenza RR2X
ยางเสือหมอบ จาก Bridgestone ที่เน้นตอบสนองนักปั่นที่ต้องการความนุ่มนวล ทนทาน โลดแล่นไปอย่างมั่นใจได้ตลอดเส้นทาง
-    เนื้อยาง Daul Compound เนื้อยางพื้นฐาน เน้นทนทาน ลื่นไหล ทนทานการฉีกขาด 
-    เนื้อยางส่วนบน เน้นนุ่มนวล ยึดเกาะโค้งมั่นใจ
-    มีชั้นใยไนลอน ป้องกันเศษหนาม และยางรั่ว เพิ่มความมั่นใจตลอดเส้นทางการปั่น
-    น้ำหนัก 220 กรัม/เส้น 700 x 23C
-    น้ำหนัก 230 กรัม/เส้น 700 x 25C

+

HORNIT db140

เพื่อนนักปั่นหลายๆท่าน เคยกังวลกับปัญหาเหล่านี้กันบ้างมั้ย...
คนเดินข้ามถนนตัดหน้าคุณ
คนกำลังเดินข้ามถนน แต่มีรถใหญ่บังอยู่
รถประจำทางกำลังเบี่ยงออกจากป้าย
รถที่กำลังออกมาจากทางแยก
คนเดินเท้ากำลังเพลิดเพลินกับการคุยโทรศัพท์

.....แต่ขณะเดียวกัน คุณก็กำลังเพลิดเพลินกับการปั่นจักรยานคู่ใจอยู่
ทราบหรือไม่ว่า.....

80% เกิดอุบัติเหตุจากการปั่นจักรยานในเวลากลางวัน
75% เกิดอุบัติเหตุบริเวณทางแยก
สถิติแสดงให้เห็นว่า แค่เพียงการระวังจากการมองเห็นก็ไม่อาจเพียงพอ 
บางครั้งพวกเขาก็ต้องการให้เราส่งสัญญาณเตือนให้พวกเขาได้ยินด้วย
เพื่อเสริมความปลอดภัยของนักปั่นและเพื่อนร่วมทางที่อาจมองไม่เห็นจักรยานที่คุณปั่นอยู่ 
แตร HORNIT เป็นตัวช่วยให้คุณได้

ด้วยน้ำหนักเพียง 96 กรัม(รวมถ่านAAA 2 ก้อน ใช้งานได้ 6-12 เดือน) รูปทรงที่เพรียว ล้ำสมัย ไม่ทำให้เกะกะอิริยาบถการปั่นของคุณ 
และด้วยคุณภาพเสียงแตร 140 dB ทำให้เพื่อนร่วมทางของคุณ คนเดินถนน รถยนต์ รถโดยสาร หรือแม้กระทั่งรถบรรทุก
ก็สามารถได้ยินเสียงเตือนจากแตร HORNIT ได้อย่างชัดเจน...

แตร HORNIT 140 dB มีจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ 

เราอยากให้เพื่อนนักปั่นทุกท่านมีความปลอดภัยในทุกๆการเดินทางของคุณค่ะ

+

BASSO BIKE

BASSO BIKE เริ่มต้นก่อตั้งเมื่อ 1977 กว่า 37 ปีมาเเล้ว

โดยสามพี่น้อง Marino, Renato & Alcide Basso (Marino Basso เคยเป็นเเชมป์โลกจักรยานประเภทถนนเมื่อ 1972) 

เริ่มผลิตรถจักรยานที่ทำจากวัสดุโครโมลี จนพัฒนามาเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ในปัจจุบัน 
มุ่งมั่นทุ่มเทให้กับการผลิตจักรยาน โดยเลือกวัสดุที่ยอดเยี่ยม บวกกันองศาที่ใด้รับการรีวิวว่าดีที่สุด 

Basso Bike มีโรงงานผลิตเฟรมเเละล้อเมือง Vicenza Italy กำลังผลิตค่อนข้างน้อย แต่มั่นใจได้ถึงคุณภาพ 100% Hand Made in Italy 

BASSO DIAMANTE 2015 เฟรมเสือหมอบที่ได้รับการรีวิว 9.5/10 เกือบทุกเว็บไซต์

BASSO Diamante คือจักรยานตัวท็อประดับ Flagship ที่ BASSO ผสมผสานสัญชาตญาณความเร็วและความปราณีตมีสไตล์ของอิตาเลียนได้อย่างลงตัว คัดสรรเริ่มต้นตั้งแต่วัสดุคาร์บอน Toray Premium T1000 ที่ออกแบบและวางชิ้นงานผลิตในโรงงานของ BASSO เอง ขึ้นรูปเฟรมแบบ Monocoque ด้วยแรงดัน 6-7 บาร์ รับประกันว่าปราศจากตำหนิและฟองอากาศทุกชิ้นงาน เน้นรายละเอียดในทุกสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นท่อคอหรือกะโหลก ขึ้นรูปเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ล้วน ไม่มีส่วนผสมของอลูมิเนียม รีดน้ำหนักให้เฟรม BASSO Diamante มีน้ำหนักเพียง 830 กรัมเท่านั้น (Size 53)
จุดเด่นของเฟรม BASSO Diamante ไม่ใช่เพียงการเลือกสรรวัสดุ แต่อยู่ที่มิติองศา Geometry ของตัวรถ ที่เข้าใจจิตวิญญาณของนักแข่ง ที่ต้องการก้มต่ำลู่ลมมากที่สุด Diamante ถูกดีไซน์ให้ช่วงท่อคอด้านหน้าแบบ Semi-intergrate สามารถปรับระดับการก้มได้มากกว่าคู่แข่ง หรืออยากจะปรับให้เป็นรถขี่สนุกในวันหยุด ก็เพิ่มความสูงด้วยชุด Comfort Kit ที่มีให้มาในเซ็ตได้เหมือนกัน องศาของรถถูกออกแบบจากประสบการณ์และข้อมูลจากนักแข่ง ช่วงหน้าดีไซน์ให้ตอบสนองการควบคุมที่ว่องไว มุดโค้งหรือโยกขึ้นเขาได้อย่างดั่งใจสั่ง ส่วนช่วงหลัง ร่นกระชับ Chainstay เว้าชิดท่อนั่ง ให้การส่งถ่ายแรงไปอย่างฉับไว ผสานกับการเลือกใช้วัสดุ T800 ที่ช่วยลดทอนการสะเทือนในช่วงหลัง จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลย ว่าผลทดสอบจากหลายสำนัก ที่ได้ลิ้มลองรถสัมผัสของ BASSO Diamante แล้วจะมีคะแนนที่สูงเด่นและทิ้งไว้ถึงคำชมที่น่าโหยหา ถึงพิษสงของเฟรมอิตาเลียนขนานแท้ตัวนี้ เก็บท้ายรายละเอียดด้วยงานสี ที่เฉียบ เนี้ยบ ละเอียดในทุกมุมมองที่เห็นตัวจริงแล้วถึงกับต้องซี๊ดปาก สมกับแบรนด์ที่ยังยืนหยัด ทุกขั้นตอนการผลิตในอิตาลี (Hand Made in Italy) เพื่อส่งมอบคุณภาพรถจักรยานชั้นเลิศ ดั่งเพชรล้ำค่า (Diamante คือคำว่า เพชร Diamond ในภาษาอิตาลี) ให้กับนักปั่นที่เฟ้นหาของล้ำค่าไว้ครอบครอง

+

THIS IS US - POLYGON

THIS IS US - POLYGON

 

นับตั้งแต่กว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา จักรยาน POLYGON ได้ครองใจกลุ่มนักปั่นมายาวนานด้วยการสร้างสรรค์จักรยานที่ดีที่สุดสำหรับนักปั่นทุกคน โดยเป็นจักรยานที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันไปทั่วโลกและผลิตขึ้นโดยใช้ระบบการผลิตระดับโลกซึ่งมีฐานอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย พวกเขาทำงานร่วมกับวิศวกร นักออกแบบอุตสาหกรรม นักคิดสร้างสรรค์และนักปั่นที่อยู่ในอเมริกาเหนือ ยุโรปและเอเชีย จักรยาน POLYGON ได้ทำการบ้านมาอย่างหนักเพื่อสร้างสรรค์การออกแบบที่ทันสมัยและแท้จริงตามกระแสโลก พวกเขาออกแบบ  ผลิตและสร้างสรรค์จักรยานที่มีคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม พวกเขาควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อให้มั่นใจได้ในทุกรายละเอียด พวกเขาตรวจสอบและรับรองให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนในกระบวนการผลิตนั้นมีคุณภาพสูงและจักรยานทุกคันล้วนได้รับการประกอบขึ้นตามมาตรฐานที่กำหนดไว้

 

“ผลิตภัณฑ์ของเรา”

จักรยาน POLYGON รุ่นที่โดดเด่นคือรุ่น Collosus DH และ Collosus N&T โดย Collosus DH เป็น “จักรยานเจ้าแห่งชัยชนะทางลาดลงจากเขา” ที่ได้รับการทดสอบและพิสูจน์แล้วในหลายสนามสำคัญของการแข่งขัน UCI World Cup Downhill โดยได้รับชัยชนะระดับโลกหลายรายการ อาทิ สมาชิกทีม POLYGON UR Team  - Sik Mik Hannah และ Tracey Hannah ด้วย Collosus DH9 รุ่นใหม่นี้, Kurt Sorge หนึ่งในนักปั่นชื่อดังของโลก ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน RedBull Rampage ปี 2015, เรายังคงพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ POLYGON ก้าวไปสู่ระดับโลกและรองรับการแข่งขันทั่วโลกได้ด้วยรุ่น Collosus N9 จักรยานที่ได้รับการออกแบบมาในระดับโลกนี้มาพร้อมกับระบบ “ลอยตัว” ที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ POLYGON ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการปั่นในระยะทางไกล มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ Collosus N9 สร้างสรรค์ขึ้นโดยใช้เทคนิคการผลิตแบบใหม่ที่มุ่งหมายให้จักรยานนี้มีรูปลักษณ์และสัมผัสที่ไม่เหมือนจักรยานอื่นๆ

Collosus N9 มีระบบ anti-squad และ minimized pedaling kickback ลดแรงสะท้อนการปั่นบันไดซึ่งระบบนี้จะช่วยลดการบาดเจ็บของนักปั่นได้อย่างดีในขณะที่ปั่นทางขรุขระ, Jamie Nicoll นักปั่น Enduro ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในปี 2015 เลือกใช้ Collosus N9 ซึ่งเป็นจักรยานที่นิตยสาร  World of  MTB Magazine Germany เลือกให้เป็นจักรยานที่ดีที่สุด และJamie Nicoll ได้ ขึ้นโพเดี่ยม คว้าอันดับ1 ในรายการแข่งขัน Enduro World Series อีกด้วย

 

“ปณิธานของเรา”

จักรยาน POLYGON มีพันธกิจและอุทิศตนเพื่อสร้างสรรค์จักรยานที่จะจุดประกายแห่งจินตนาการของนักปั่นทั่วโลกได้ ไม่ว่าคุณจะโปรดปรานการขี่รูปแบบใดหรือเป้าหมายของคุณในฐานะนักปั่นจะเป็นเช่นไร POLYGON ก็มีจักรยานคุณภาพสูงมากมายที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยให้คุณเลือกสรรได้ หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจักรยาน POLYGON คุณสามารถเข้าชมได้โดยตรงที่ www.polygonbikes.com หรือ http://piriya-international.com/product.php?id=72

จักรยาน POLYGON มีพร้อมบริการให้ลูกค้า/นักปั่นที่สนใจได้เลือกซื้อผ่านทางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของเราทั่วประเทศ

ซึ่งสามารถเข้าชมได้ที่ http://piriya-international.com/dealer.php

 

 
+

fizi:k Aliante: made for Bull

วันนี้ขอเล่าถึงเรื่องราวของเบาะ fizi:k Aliante: made for Bull  ถูกคิดขึ้นตามแนวคิด ของกระดูกสันหลังของกระทิง เปิดตัวครั้งเเรกเมื่อปี 1999 กว่า 16 ปีที่อยู่ในสายการผลิตต้องบอกตามตรงว่า Aliante เป็นเบาะหน้าตาไม่สวยเอาซะเลย อ้วน หนา หนัก กว่าเบาะรุ่นอื่นๆ ใส่กับรถจักรยานเเล้วไม่สวย เเต่เพราะเหตใด fizi:k Aliante: made for Bull เพราะว่าเทคโนโลยีที่ Twin Flex นั่งสบายจนนักปั่นระดับโปรทัวร์เเละนักปั่นหลายๆคนชื่นชอบ เลือกใช้มายาวนาน

New fizi:k Aliante: made for Bull การเปลี่ยนเเปลงครั้งยิ่งใหญ่ fizi:k คิดว่าถึงเวลาเเล้วที่ต้องเปลี่ยนเเปลง Aliante ใหม่ทั้งหมดทั้งวัสดุที่ใช้ เเละหน้าตา รูปทรง ส่งผลให้ เบาขึ้น สวยขึ้น บางมากขึ้น เเต่ยังคงหลังเเนวคิดเดิม New fizi:k Aliante: made for Bull 2015https://www.youtube.com/watch?v=CZOY7Co8X7s

สอบถามข้อมูลเพิ่มที่ร้านตัวเเทนจำหน่ายทั่วประเทศ

+